About KaseyHull

Here are my most recent posts

ตำรวจสำโรง ตามรวบโจ๋มือมีดแทงชายหนุ่มรุ่นพี่ดับ ข้างหลังก๊งสุราแล้วชกกัน

ตำรวจสำโรง

ตำรวจสำโรง ใต้ผสาน ตำรวจรถไฟ รวบโจ๋มือมีดแทงรุ่นพี่ข้างหลังก๊งสุราแล้วกำเนิดต่อย โดยชายหนุ่มรุ่นพี่ โกรธแค้นที่ถูกโจ๋รุ่นน้องต่อยเบ้าตาแตก หวังจะเอาคืนแต่ถูกแทงสวนดับอีก แล้วหนีขึ้นรถไฟเพื่อจะไปซ่อนตัวป่าสวนยางสถานที่สำหรับทำงานบิดา แม้กระนั้นโดนจับได้ก่อน

จากกรณีตอนวันที่ 16 พฤศจิกายน62 พันตำรวจโทรุ่งสาง ยืนยง สว.(สอบปากคำ) สภ.สำโรงใต้ จังหวัดสมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีเหตุชายถูกแทงด้วยอาวุธมีดเสียชีวิต ที่รอบๆหน้าบ้านเลขที่ 1/24 กลุ่ม 5 ตรอกบุญถนอม ตำบลสำโรง อำเภอพระประแดง จังหวัดจังหวัดสมุทรปราการ ข้างหลังรับแจ้งก็เลยและ พันตำรวจเอกยอดเยี่ยม บัวขาว ผู้กำกับการสภ.สำโรงใต้ และก็กำลังข้าราชการชุดสอบสวน มูลนิธิร่วมกตัญญูกตเวทีเดินทางเข้าพิจารณา

ในจุดเกิดเหตุรอบๆถนนหนทางหน้าบ้านเลขที่ดังที่กล่าวถึงแล้ว เจอศพ นายกิตว่ากล่าวชัย กุลธรรมโม อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 162 มัธยม7 ตำบลเพ็กใหญ่ อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น บุคลากรผลิตองค์ประกอบรถยนต์ของบริษัท ไลเน็กซ์ ระหว่างชาติ จำกัด นอนหงายเสียชีวิตอยู่ โดยมีรอยแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดเข้าที่เข้าทางใต้ชายโครงข้างซ้ายทะลุปอด รวมทั้งที่ต้นขาขวา รวม 2 แผล ส่วนผู้ก่อเรื่องเป็นเพื่อนร่วมงานสถานที่ทำงานอยู่ที่เดียวกันชื่อ นายอนุประเสริฐ หรือ บิ๊ก พลฤทธิ์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 104 มัธยม7 ตำบลทุ่งนาพูน อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ข้างหลังก่อเหตุได้ขับขี่รถ จักรยานยนต์แบรนด์เซินริวก้า อินฟินิต สีดำ ทะเบียน 6กณ 2848 จังหวัดกรุงเทพ หลบซ่อนไป

จากการถาม นายป้องกัน ทราบรักษา อายุ 23 ปี ซึ่งอยู่ในขณะเกิดเหตุ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุพร้อมคนตายรวมทั้งผู้ก่อเรื่อง ได้มาจับกลุ่มกินเหล้ากันที่ห้องพักของน้องชายตนซึ่งอยู่ชั้นลำดับที่สองของห้องพักดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ระหว่างที่นั่งกินเหล้ากัน นายบิ๊ก ผู้ก่อเรื่องก็ได้ออกปากขออภัยคนเสียชีวิตเรื่องที่เมื่อคืนนี้ตนทำผิดไปที่เข้าไปรังแกพี่ ซึ่งตนก็ไม่รู้เรื่องว่าเรื่องอะไร ส่วนคนเสียชีวิตบอกว่าแกเหลวแน่ ตนได้ยินเท่านั้นก่อนจะเกิดเหตุ

อลหม่าน และก็มองเห็นนายบิ๊ก คนก่อเหตุชักมีดปลายแหลมออกมาแทงคนเสียชีวิตไป 2 ครั้ง ตนจะเข้าไปห้ามก็ไม่กล้า เพราะเหตุว่าคนก่อเหตุมีมีดอยู่ คนเสียชีวิตก็เลยได้วิ่งหนีลงมาข้างล่างก่อนจะเข้าไปหลบซ่อนอยู่ด้านในห้องประกอบงานไม้ซึ่งอยู่ใกล้กัน ส่วนนายบิ๊กได้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์หลบซ่อนไป ตนแล้วก็ราษฎรที่มองเห็นเหตุได้ช่วยเหลือกันพาผู้เสียชีวิตออกมาจากห้อง ก่อนจะโทรศัพท์แจ้งขอร้องกับตำรวจ และก็นำร่างของคนเสียชีวิตออกมาที่ถนนหนทางหน้าบ้านดังที่กล่าวมาข้างต้นคอยการช่วยเหลือเกื้อกูล แต่ว่าคาดว่าคนตายทนพิษรอยแผลไม่ไหวได้เสียชีวิตลง

ถัดมาเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 17 เดือนพฤศจิกายน62 พันตำรวจตรีสุการบูชายัญ ข้าวสาลี สว.สส.สภ.สำโรงใต้ พร้อม เจ้ากี้เจ้าการตำรวจชุดสอบสวน สภ.สำโรงใต้ ได้ผสานตำรวจรถไฟ สามารถติดตามจับตัว นายอนุประเสริฐ หรือ บิ๊ก พลฤทธิ์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 104 มัธยม7 ตำบลท้องนาพูน อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ตามหมายจับศาลจังหวัดจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 720/2562 ระบุวันที่ 17 เดือนพฤศจิกายน2562 และหลักฐาน

อาวุธมีดปลายแหลม ความยาว 10 นิ้ว ที่ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสำหรับสะพาย เสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีน้ำตาล กางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้ม ได้บนขบวนรถไฟสายจ.กรุงเทพฯ-นครศรีธรรมราช ขบวนรถไฟ 173 ที่จอดเทียบท่าชานชาลาสถานีอยู่ที่ สถานีรถไฟหัวหิน ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำตัวกลับมาสอบปากคำที่ สภ.พระประแดง

จากการสืบสวน นายอนุประเสริฐ หรือ บิ๊ก พลฤทธิ์ คนก่อเหตุ ให้การสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเรื่องจริง โดยตนแล้วก็นายกิตตำหนิชัย คนตาย เป็นเพื่อนกันและก็ปฏิบัติงานอยู่ที่เดียวกัน (บุคลากรของบริษัท ไลเน็กซ์ ระหว่างชาติ จำกัด) คืนที่ผ่านมาก่อนหน้านี้เกิดเหตุได้ทะเลาะกันรวมทั้งต่อยกันมาแล้ว รวมทั้งวันที่เกิดเหตุได้มาเจอกันอีกในจุดเกิดเหตุเพื่อมาสะสางกัน แต่ว่าไม่อาจจะตกลงกันได้ในขณะที่ตนพากเพียรขออภัยแล้ว แต่ว่านายกิตติเตียนชัยไม่ยินยอม ก็เลยได้ชกกันอีก ตนสู้ไม่ได้เลยได้ใช้อาวุธมีดที่ตระเตรียมมาแทงนายกิตว่ากล่าวชัย กระทั่งเสียเสียชีวิต

ต่อจากนั้นได้ขับขี่รถรถจักรยานยนต์แอบหนีไปที่ที่พักข้างในซอกซอยหมาดู ริมทางรถรางเก่า ตำบลสำโรง อำเภอพระประแดง จังหวัดจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุโดยประมาณ 500 เมตร แล้วต่อจากนั้น

ตนก็เลยหนีไปขึ้นรถ BTS ไปลงที่ศีรษะลำโพง และก็ขึ้นรถไฟสาย จังหวัดกรุงเทพ-นครศรีธรรมราช เพื่อไปลง ที่ จังหวัดสุราษฎร์ ซึ่งเป็นสวนยางสถานที่ทำงานของบิดาตน แต่ว่ามาถูกตำรวจจับตัวซะก่อน ที่ท่าจอดเทียบท่าชานชาลาสถานีอยู่ที่ สถานีรถไฟหัวหิน ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ข้างหลังการสืบสวน ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาฆ่าคนอื่นๆ นำตัวพร้อมหลักฐานส่งพนักงานที่มีหน้าที่สำหรับสอบสวนเพื่อฟ้องโดยชอบด้วยกฎหมายถัดไป.…

ตำรวจเมืองจันท์ ขอเวลาคลี่คลายคดียิงกันในศาล ข้อมูลหลายส่วนยังเปิดเผยมิได้

ตำรวจเมืองจันท์ รอง ผบกรัมภ.จังหวัดเมืองจันท์ เปิดเผยความก้าวหน้าคดียิงกันในศาล ปัจจุบัน ยังรอคอยรายงานจาก พิสูจน์ หลักฐานจุดเกิดเหตุ รวมทั้งผลชันสูตรวินิจฉัยศพมาประกอบคดี ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องจะเรียกสอบอีก ยังเปิดเผยข้อมูลมิได้จะส่งผลต่อรูปความ

ช่วงวันที่ 16 พฤศจิกายน62 ความหน้ากรณี พลตำรวจตรีธารินทร์ ดวงจันทร์ทิพย์ อดีตกาลรองจเรตำรวจ วัย 67 ปี ซึ่งเป็นเชลย ก่อเหตุชักปืนยิงคู่ความข้างปัญหา ทำให้ นายสั่งการ ปรมีศณาภรณ์ ทนายและก็เป็นอดีต

สมาชิกสภาปฏิวัติแห่งชาติ, นายศึกษาค้นคว้า สุขรมย์ ทนาย เสียชีวิต ส่วน นางเรียบร้อยร ปรมีศณาภรณ์ เมียของนายสั่งการ รวมทั้งทนายอีกคนที่ได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่จะ นายธนามือ ธีรวโรสูดดม พนักงานทนายความ จะเอาปืนตำรวจศาล มายิง พลตำรวจตรีธารินทร์ จนกระทั่งเสียชีวิตไปด้วย สรุปเสียชีวิตรวม 3 ศพ เจ็บ 2 ราย เหตุกำเนิดหน้าบัลลังก์ ด้านในห้องชี้ขาดบัลลังก์ 2 ศาล จังหวัดเมืองจันท์ เมื่อเช้าวันที่ 12 เดือนพฤศจิกายนก่อนหน้าที่ผ่านมา ส่วนเงื่อนเหตุมาจากการร้องทุกข์เรื่องที่ดิน มานาน 10 ปี

พันตำรวจเอกสว่างย์ พิสุทธิตระกูล รอง ผบกรัมภ.จังหวัดเมืองจันท์ ที่รับผิดชอบคดีนี้ด้านการสอบปากคำ ให้สัมภาษณ์ทางโทรคำศัพท์กับนักข่าวว่า ในเรื่องเนื้อหาความก้าวหน้าของคดี ซึ่งบัดนี้ คณะกรรมการสอบปากคำของตำรวจภูธร จังหวัดเมืองจันท์ ที่รับผิดชอบได้เร่งรัดสำหรับการขอผลรายงานจากพิสูจน์หลักฐาน ในสถานที่เกิดเหตุ รวมถึงผลรายงานการชันสูตรวินิจฉัยศพ จาก โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อมาประกอบรูปความ และก็จะใช้

เพื่อสำหรับในการเรียกผู้ที่มีการเกี่ยวข้องมาให้คำให้การเพิ่ม ได้แก่ นายธนามือ ธีรวโรสูดดม พนักงานทนายความสั่งการ ที่ก่อนหน้าให้การไม่ยอมรับแจ้งชัด บอกเพียงแค่เห็นด้วยว่าเป็นผู้ยิง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ พลตำรวจตรีธารินทร์ ยิงพวกพ้องของตนเองเพียงแค่นั้น ซึ่งจะเรียกตัวมาสอบอีกรอบ

รอง ผบกรัมภ.จังหวัดเมืองจันท์ กล่าวว่ากล่าว ส่วน นายวิชัย อุดมธนประเสริฐ ทนายความโจทก์ ที่ได้รับบาดเจ็บ นับว่าเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ในคดีนี้ ตำรวจได้กระทำสอบสวนพื้นฐานเพียงแค่นั้น โดยเจ้าตัวอ้างยังไม่พร้อมจะให้การเดี๋ยวนี้ ซึ่งทางกลุ่มซักถาม ได้รีบให้เจ้าตัวเดินทางมาให้คำให้การเพิ่มอีก ส่วน ร้อยตำรวจเอกแพร่ บรรจง รอง สารวัตรปราบปรามสภ.เมืองเมืองจันท์ ปฏิบัติภารกิจตำรวจศาล แม้วันที่ 13 เดือนพฤศจิกายน ก่อนหน้าที่ผ่านมาได้เรียกมาสืบสวนในภาวะที่จิตใจตกอับและก็ให้การไม่มีประโยชน์ จนกระทั่งในเวลานี้ คณะกรรมการสืบสวนยังมิได้แจ้งข้อกล่าว แต่ยังไงจำเป็นต้องเรียกมาไต่สวนอีกแน่ๆ

พันตำรวจเอกสว่างย์ กล่าวเหตุว่า ภายหลังได้รับผลของการรายงานทั้งยังพิสูจน์หลักฐาน หรือรายงานเรื่องชันสูตรวินิจฉัยศพ ก็จะทำเรียกบุคคลที่เกี่ยวเนื่องมาสอบสวนเพิ่มอีก เพื่อรีบคลี่คลายให้เร็วที่สุด แต่ว่าดังนี้ ทั้งสิ้นยังอยู่ในวิธีการสอบปากคำของคณะกรรมการ และก็เนื้อหาข้อมูลบางเรื่องส่งผลต่อรูปความไม่สามารถที่จะเผยได้.…

รวบแล้ว ไอ้อ้วน โจ๋ 17 จอมวิปริต บีบคอ ด.ช.อมนกเขา อ้าง “แค่อยากลอง”

ไอ้อ้วน

ไอ้อ้วน วัยรุ่นชายสุดอันตราย สร้างความหวาดผวาให้ผู้ปกครองที่อุดรธานี หลังก่อเหตุสุด วิปริต บีบคอบังคับด.ช.วัย 13 ปี “อมนกเขา” โดนจับคาบริษัทขนส่งที่ทำงาน สารภาพไม่ได้หนี ดูหนังโป๊ชายรักชายแล้วอยากลองบ้าง

เวลา 17.30 น. วันที่ 14 พฤศจิกายน ที่ห้องปฏิบัติการสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.อัครบุตร อัครสุขบุตร รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.วงศกร วันชัย พ.ต.ต.ธนนท์ ศรีกงพาน สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี

ร.ต.อ.นิธิศ โชคบัณฑิต รอง สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมด้วยตำรวจสืบสวน แถลงข่าวจับกุม นายอ้วน (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ชาว ต.ทับกุง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี ในข้อกล่าวหา “ข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี” พร้อมของกลางเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ และภาพจากกล้องวงจรปิดขณะเดินไปก่อเหตุ

จากนั้นได้มี นางเตือนใจ อภิวิมลลักษณ์ อายุ 58 ปี ประธานชุมชนหนองตุ 3 นำผู้เสียหายและยายของเด็กชายมาชี้ยืนยันตัวคนร้าย และขอบคุณตำรวจที่ติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้อย่างรวดเร็ว ใช้เวลา 4 วัน หลังคนร้ายก่อเหตุ ก่อนที่ตำรวจจะมอบรางวัลนำจับคนร้ายให้แก่ประธานชุมชนหนองตุ 3 ที่แจ้งเบาะแสคนร้ายจนสามารถจับกุมตัวได้พร้อมของกลางเป็นเงิน 5,000 บาท

พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากค่ำวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ตำรวจได้รับแจ้งจากยายของเด็กชายวัย 13 ปี ชาวชุมชนหนองตุ ต.หมากแข้ง เขตเทศบาลนครอุดรธานี ว่าขณะหลานชายขี่รถจักรยานอยู่ที่หน้าบ้านพัก ถูกคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นบีบคอบังคับให้อมนกเขาในป่า

ละเมาะข้างทาง ด้านหลังวัดวิเวกบุรพาชัย ซึ่งห่างจากบ้านราว 400 เมตร เป็นเวลานาน 30 นาที ก่อนปล่อยตัวออกมา พร้อมกับขู่ว่าอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร ไม่เช่นนั้นจะกลับมาฆ่าให้ตาย หลังเกิดเหตุทำให้ชาวบ้านที่มีบุตรหลานในวัยเดียวกันกับผู้เสียหายต่างพากันหวาดกลัว ซึ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องตาม

จับกุมคนร้ายรายนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อความสงบสุขความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ที่ชุมชนแห่งนี้ไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน

ต่อมา ตำรวจได้ลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนในชุมชนที่เกิดเหตุ พร้อมกับประสานเจ้าของหอพัก และชาวบ้านที่มีกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้เดินเท้ามาก่อเหตุและหลบหนีไป ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ก่อนประสานประธานชุมชนหนองตุ 3 จนเป็นที่แน่ใจว่าคนร้ายไม่ใช่คนในชุมชน เพราะไม่มีใคร

รู้จัก จึงนำรูปภาพจากกล้องวงจรปิด ตำหนิรูปพรรณคนร้าย พร้อมกับตั้งรางวัลนำจับ และมอบหมายให้ประธานชุมชนประสานชาวบ้านให้ช่วยแจ้งเบาะแส จนสามารถตามจับกุมคนร้ายได้ที่ ถ.โพศรี ต.หมากแข้ง เขตเทศบาลนครอุดรธานี ขณะกำลังขนสินค้าลงจากรถบรรทุกบริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุประมาณ 500 เมตร ควบคุมตัวไปตรวจยึดเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุที่บ้านพักคนงานของบริษัทขนส่งดังกล่าว นำตัวมาสอบสวน

จากการสอบสวนคนร้ายให้การรับสารภาพว่า ไม่ได้เรียนหนังสือ พ่อแม่แยกทางกัน จึงออกจากบ้านมาหางานทำที่บริษัทขนส่งฯ ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนก่อเหตุเลิกงานเดินไปเติมเงินโทรศัพท์ ขากลับผ่านมาเห็นผู้เสียหายกำลังปั่นจักรยานอยู่หน้าบ้านตามลำพัง จึงเดินเข้าไปบีบคอบังคับขืนใจให้อมนกเขาในป่าละเมาะข้างทาง แต่ไม่สำเร็จความใคร่ เนื่องจากช่วงเย็นในป่ามียุงชุมมาก สาเหตุเนื่องจากเปิดดูเว็บไซต์หนังโป๊ในโทรศัพท์ ที่มีผู้ชายกำลังร่วมเพศกับเพศเดียวกัน จึงอยากลองของจริงว่าจะเป็นอย่างไร หลังก่อเหตุก็มาทำงานตามปกติ และไม่ได้ดูข่าว กระทั่งมาถูกตำรวจแกะรอยจับกุมตัวได้ในที่สุด.…

เปิดใจ ผอ.โรงเรียน ที่มานักเรียนก้มกราบ เหตุผลยืนเรียงหน้า ต้อนรับอลังการ

เปิดใจ

เปิดใจ ผู้อำนวยการโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม หลังโซเชียลแห่แชร์ภาพนักเรียนก้มกราบ ยืนเรียงแถวหน้ากระดานรอให้การต้อนรับ เผยเป็นประเพณีปฏิบัติสืบทอดกันมา ผอ .ไม่รู้เห็น

จากกรณีที่โลกโซเชียลมีการแชร์ภาพนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งจัดพิธีต้อนรับผู้อำนวยการโรงเรียนคนใหม่ โดยมีทั้งการก้มกราบ และยืนตั้งแถวต้อนรับอย่างเป็นระเบียบ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกสังคมออนไลน์

ล่าสุด นายณัฐนันท์ ดนูพิทักษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม เปิดเผยกับทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ว่า ที่มาของภาพเหตุการณ์ที่มีการแชร์ในโลกโซเชียลนั้น มาจากการดำเนินการของคณะครู ตนไม่ทราบเรื่องแต่อย่างใด แต่การกระทำลักษณะนี้เป็นประเพณีปฏิบัติเช่นนี้มานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นครูเกษียณ, ครูย้ายโรงเรียน, ผู้อำนายการย้ายโรงเรียน ก็มักจะจัดงานลักษณะนี้ขึ้น เพื่อแสดงความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์

เมื่อถามว่า เหตุการณ์ในภาพเกิดที่โรงเรียนใด? ผู้อำนวยการโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม ตอบข้อซักถามว่า “บางภาพเหตุการณ์เกิดขึ้นที่โรงเรียนแก่งคอย ซึ่งเป็นโรงเรียนเก่าของผม และเป็นการจัดงานอำลาในวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ส่วนบางภาพเกิดขึ้นที่โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม ซึ่งเป็นโรงเรียนใหม่ที่ผมต้องไปรับตำแหน่ง และเป็นการจัดงานต้อนรับในวันที่ 12 พ.ย.”

“ในการทำงานนั้น มีทั้งคนรัก มีทั้งคนเกลียด ส่วนตัวผมนั้นเป็นคนที่ทำงาน โดยยึดถือจากความถูกต้อง ไม่ได้ยึดแต่ความถูกใจ เพราะฉะนั้น กลุ่มคนที่รู้สึกไม่ถูกใจผม ก็ทำให้เป็นประเด็นอย่างนี้นะครับผม” ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าว

 

ขอบคุณแหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/1704170

เด็กไทยเก่ง คว้าชัยชนะโลก แข่งโอลิมปิกหุ่นยนต์ 2019 ที่ฮังการี

เด็กไทย

เด็กไทย คว้าแชมป์โลก การแข่งขันชิงชัยโอลิมปิกหุ่นยนต์ ระดับโลก WRO2019 ณ เมืองเยอร์ ประเทศฮังการี

นักข่าวแถลงการณ์ว่า สำหรับในการแข่งโอลิมปิกหุ่นยนต์ ระดับประเทศ WRO2019 (World Robot Olympiad 2019) ณ เมืองเยอร์ ประเทศฮังการี ระหว่างวันที่ 8-9 เดือนพฤศจิกายน 62 ปรากฏว่ามีตัวแทนกลุ่มชาติไทย สามารถคว้ามาได้ถึง 7 รางวัล

รางวัลชนะชั้นที่ 1 รุ่น Junior กลุ่ม TS1 เด็กผู้ชายนันทวัฒน์ อานาม รวมทั้ง เด็กผู้ชายเพชร เทือกสุบรรณ จากสถานศึกษาเทวดามิตรเรียน จังหวัดสุราษฎร์

รางวัลชนะชั้นที่ 2 รุ่น Junior กลุ่ม TS5 เด็กผู้ชายณัฐวุฒิ ซิ้มเจริญรุ่งเรือง และก็เด็กผู้ชายพีระณัฐ บุญเรือง จากสถานที่เรียนเทวดามิตรศึกษาเล่าเรียน จังหวัดจังหวัดสุราษฎร์ธานี

รางวัลชนะชั้นที่ 4 จำพวก Advanced Robotics Challenge กลุ่ม Love Father 3000 จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา

รางวัลชนะชั้นที่ 5 ชนิด Regular Elementary กลุ่ม Organic จากสถาบันสมุย โรบอท

รางวัลชนะชั้นที่ 6 ชนิด Regular Senior กลุ่ม TS2 นายกิตติเตียนพันธ์ ยอดเยี่ยมวงษา รวมทั้ง นายประเสริฐงค์ ทรัพย์สมบัติแก้ว จากสถานที่เรียนเทวดามิตรเรียน จังหวัดจังหวัดสุราษฎร์ธานี

รางวัลชนะชั้นที่ 6 ชนิด Open Elementary กลุ่ม ACEP Robot จากสถานศึกษาอัสสัมชัญหลักสูตรภาษาอังกฤษ

รางวัลชนะชั้นที่ 8 จำพวก Advanced Robotics Challenge กลุ่ม Sathunopante จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง…

ถวายหัวหมู ส้ม 3 ตัน หลวงพ่อสมหวัง แก้บนขายที่ ธุรกิจเกือบจะเจ๊งได้ไปต่อ

หลวงพ่อสมหวัง

แก้บน หลวงพ่อสมหวัง ถวายหัวหมู 100 หัว ไข่ต้ม 409 ฟอง ส้มเขียวหวาน 3 ตัน หลังประกาศขายที่เสร็จ ธุรกิจ เกือบไปแล้วไม่รอด กลับมาเพิ่มขึ้น

วันที่ 11 เดือนพฤศจิกายน62 ผู้รายงานข่าวแถลงการณ์ว่า ที่วัดกึ่งกลางบางพระ ตำบลบางพระ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

ได้มีคนเดินทางมาแก้บน “หลวงพ่อสมหวัง” ปริมาณ 2 ราย สำหรับรายแรก นายบัณฑิต อุดมธุระไพบูลย์ พร้อมครอบครัว ได้นำหัวหมูต้มสุก 100 หัว ไข่ไก่ต้ม 409 ฟอง มามอบให้เพื่อแก้บน ภายหลังที่ได้มาขอให้ขายที่ดินใน จังหวัดจังหวัดราชบุรีได้

ส่วนรายที่ 2 นางสาวนันทวัช ธูปศรี เจ้าของกิจการส่งออกผลไม้ใน จังหวัดจังหวัดปทุมธานี นำส้มเขียวหวานใส่ลัง 100 ลัง น้ำหนักร่วม 3 ตัน มามอบให้แก้บนกับหลวงพ่อสมหวัง พร้อมด้วยเปิดเผยว่า ในตอนระหว่างปีให้หลังการส่งออกผลไม้สะดุด จากที่เคยส่งมาแล้วไม่มีปัญหา ทำให้ธุรกิจเกือบจะเอาตัวไม่รอด แม้กระนั้นพอใช้มาบนกับหลวงพ่อสมหวังแล้วเมื่อ เม.ย.ก่อนหน้านี้ กลับเริ่มดียิ่งขึ้น ปัญหาต่างๆไม่มี ทำให้การค้าขายเพิ่มพูน แถมส่งออกได้มากกว่าเก่า เลยนำส้มเขียวหวาน 100 ลังมามอบให้ตามข้อตกลง

ด้าน พระครูศรีสุตากร เจ้าอาวาส เปิดเผยว่า ภายหลังประกอบพิธีเสร็จ ได้ให้จิตสมัครใจหลวงพ่อสมหวังนำส้มเขียวหวานนิดหน่อยมอบให้กับสถานศึกษาโสตศึกษา นครชัยศรี สถานพักฟื้นผู้สูงอายุ วัดสำโรง โรงหมอหลวงพ่อเงอะงะ โรงหมอห้วยพลู และก็สถานที่เรียนในเขตพื้นที่ อำเภอนครชัยศรี รวมทั้งอีกส่วนใดส่วนหนึ่งจะเอามาแจกให้กับสาธุชนที่มาเคารพบูชาหลวงพ่อสมหวัง แล้วก็เข้าพิธีการสวดมนตร์นพเคราะห์เนื่องในเทศกาลประเพณีลอยกระทง เพื่อเพิ่มบุญให้กับผู้มอบแก้บนอีกต่อหนึ่งด้วย

 

ขอบคุณแหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/society/1701870

ผลการปิด “เกาะตาชัย” ปลากระเบนราหูยักษ์ 5 เมตร โผล่ว่ายอวดโฉมนักประดาน้ำ

เกาะตาชัย

เกาะตาชัย พบ ปลากระเบนราหูยักษ์ 5 เมตร เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 62

นายสมพร แก้วมณีโชติ ไกด์มุดน้ำ บริษัท ซี เทอร์เทิล ไดฟ์เวอร์ จำกัด เผยต่อผู้รายงานข่าวว่าเมื่อช่วงเวลาเช้าก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของทริปทัวร์มุดน้ำ ตัวเองได้นำนักเดินทางแบบมุดน้ำลึกลงไปดูความสวยงามใต้ทะเล ที่ระดับความลึก 26 เมตร รอบๆเกาะตาชัย อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดจังหวัดพังงา ขณะไต่ระดับความลึกขึ้นมาที่ 18 เมตร ได้พบเจอปลากระเบนราหู หรือ ที่รู้จักกันในชื่อ แมนต้า ขนาดความกว้าง 4-5 เมตร ว่ายวนไปๆมาๆก่อนที่จะหายไป ทำให้ตัวเองรวมทั้งกรุ๊ปนักเดินทางรู้สึกจับใจ และก็สุขสบายมากมายก่ายกอง เนื่องด้วยแมนต้า เป็นสัตว์สมุทรหายาก ไม่อาจจะพบเจอกันได้บ่อยมากนัก

ด้าน นายรวมศิลป พยายามต้องเลิศ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน พูดว่า ภายหลังจากกรมอุทยานฯ ได้ห้ามนักเดินทางขึ้นเหยียบเกาะตาชัย เพื่อพักฟื้นระบบนิเวศ ตั้งแต่ตอนปี 2559 ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา จากปัญหานักเดินทางที่มีมากเกินอัตรา จนถึงทำให้แนวปะการังได้รับความย่ำแย่

โดยเดี๋ยวนี้พบว่า แนวปะการังเริ่มกลับมาบริบูรณ์อีกรอบ ประกอบกับพลเมือง ได้ด้วยกันลด ละ เลิก การใช้สิ่งของที่ทำมาจากพลาสติก รวมทั้งการช่วยกันเก็บขยะสมุทร ทำให้อัตราการตายของสัตว์สมุทรหายาก จากการกินขยะสมุทรลดน้อยลง สิ่งมีชีวิตใต้ทะเลเริ่มกลับมาบริบูรณ์อีกครัง

ขอบคุณแหล่งที่มา…  https://www.sanook.com/news/7948454/

โกรธ สามีบอกเลิก สาวขี้หึงหวงกระโจนถีบจักรยานยนต์ล้ม ขับชนไปทั่วถนน

โกรธ สามีบอกเลิก

โกรธ สามีบอกเลิก มาตามก็แล้ว ยังไม่ยินยอมใจอ่อนกลับไปอยู่บ้าน สาว จังหวัดนครนายกวัย 47 ปี เลือกกระโจนถีบจักรยานยนต์ล้มหมดรูป แล้วขับขี่รถกระบะพุ่งเข้าชนดะ อีกทั้งต้นไม้แล้วก็โรงเก็บขยะ

ช่วงวันที่ 9 เดือนพฤศจิกายน62 ร้อยตำรวจโทธีรพล บัวผัน รองสว.(ไต่สวน) สภ.บ้านนา ได้รับบอกเหตุมีรถปิคอัพชนเสาไฟส่องสว่างบนถนนหนทางสายบ้านนา-กะอาง กลุ่ม 1 บ้านตาอิน ตำบลศรีกะอาง อำเภอบ้านนา จังหวัดจังหวัดนครนายก ก็เลยและหน่วยกู้ชีพ อบต.ศรีกะอาง รีบไปตรวจดู

จุดเกิดเหตุเจอรถปิคอัพ แบรนด์โตโยต้า สีขาว ทะเบียน ผจ 1767 นครศรีธรรมราช ภาวะหน้ารถยนต์พังทลายเสียหายหยุดติดเสาไฟส่องสว่าง พิจารณาเสาไฟไม่มีร่องรอยถูกเฉี่ยวชน ส่วนผู้ขับรู้ชื่อถัดมาคืน นางอ้วน (นามสมมุติ) อายุ 47 ปี เป็นชาว จังหวัดจังหวัดนครนายก มิได้รับเจ็บอะไร

ถามไถ่นายสุตระกูลชัย สุดจิตสุดใจร หรือเก่ง อายุ 35 ปี ชาว จังหวัดนครศรีธรรมราช เล่าว่า มาอยู่กินกับนางอ้วน ซึ่งเป็นเมียได้โดยประมาณ 3 ปีเศษ จดทะเบียนกัน ตนมีอาชีพรับจ้างเป็นวิทยากรสอนคนที่ชอบพอเสี่ยงอันตราย สนิทสนมกับคนทั่วๆไปมีอีกทั้งเพศชายแล้วก็เพศหญิง ส่วนเมียเป็นคนรอถ่ายภาพช่วยงาน ซึ่งกำเนิดความหึงหวงและก็มีปากมีเสียงกันอยู่เป็นประจำ เวลาร่วมเพศก็บากบั่นจะดึงลากอวัยวะสืบพันธุ์ของตัวเอง กระทั่งกำเนิดความสงสัยอยู่ไม่สุขสบาย ก็เลยบอกยกเลิกขอหย่า แต่ว่าถูกเมียข่มขวัญว่า “อย่างไรเอ็งก็ถูกตายไปกับฉัน” ก็เลยตกลงใจไปลงบันทึกทุกวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.บ้านนา ตอนวันที่ 8 เดือนพฤศจิกายน 62

โดยก่อนเกิดเหตุตนออกมาที่ ศูนย์ กรมการศึกษานอกโรงเรียน ตำบลศรีกะอาง อำเภอบ้านนา นั่งพักผ่อนกีตาร์อยู่ เมียขับขี่รถกระบะมาตามให้ตนกลับไปอยู่บ้าน แต่ว่าตนไม่กลับ เลยบอกไปว่า “ไม่กลับจะไปศาล” เมียกำเนิดความบุ่มบ่ามถีบจักรยานยนต์ของตนเองล้มลง แล้วขับขี่รถกระบะพุ่งเข้าชนต้นไม้ และก็โรงเก็บขยะของ กรมการศึกษานอกโรงเรียน ตำบลศรีกะอาง พังทลายเสียหาย ซึ่งก่อสร้างด้วยงบประมาณกว่าสามหมื่นบาทเศษ แล้วเมียได้ขับขี่รถมาตามถนนหนทาง โดยขับส่ายไปส่ายมาเพื่อเรียกร้องความพึงพอใจ จนกระทั่งตนขี่รถมอเตอร์ไซค์ตามมาเจอรถปิคอัพคันดังที่กล่าวถึงมาแล้วหยุดติดอยู่ที่เสาไฟริมทาง

พื้นฐานข้าราชการก็เลยเรียกนางอ้วน มาพูดจาตกลงชดเชยค่าชดเชย แล้วก็ปรับ 400 บาท ลงบันทึกทุกวันไว้เป็นหลักฐานก่อนปล่อยตัวปล่อยใจไป.…

เศร้าใจ ศพสาวรุ่น ลอยเกยชายหาดบางเสร่ หลังมีคนเห็น เดินใจลอยซึมเซา

ศพสาวรุ่น

ศพสาวรุ่น ภาวะท่อนบนสวมเพียงแค่เสื้อใน คาดนาฬิกาสำหรับใส่ข้อมือ ลอยติดชายหาด บางเสร่ อำเภอสัตหีบ ผู้คนแตกตื่นมุงมอง ก่อนเจอกระเป๋าเป้สีดำ ด้านในมีบัตรบอกชื่อหญิงสาววัย 21 ปี ชาว อำเภอมั่งมีบุรี จังหวัดจังหวัดปทุมธานี

เวลา 15.00 น. วันที่ 8 พฤศจิกายน พันตำรวจตรีกษัตริย์ บุญหน สารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ รับบอกเหตุเจอศพคนตายลอยน้ำเกยติดริมทะเล รอบๆค่ายลูกเสือ ชายทะเล ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ก็เลยและหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างรุ่งเรืองนธรรมสถานที่สัตหีบรุดไปวิเคราะห์

จุดเกิดเหตุเจอศพหญิงสาวอายุราวๆ 20 ปี ภาวะใส่เสื้อชั้นในสีชมพู นุ่งกางเกงขาสามส่วนสีดำ ข้อมือซ้ายใส่กำไลเงิน และก็ข้อมือขวาสวมนาฬิกาแบรนด์ America Eagle เสียชีวิตมาแล้วราว 3 ชั่วโมง ตรวจดูตามร่างกายไม่เจอรอยแผลการเช็ดกการฆ่า ท่ามกลางความแตกตื่นของนักเดินทาง แล้วก็สามัญชน มามุงมองจำนวนไม่น้อย

พันตำรวจตรีพระราชา บอกว่า ศพหญิงสาวที่เจอมีลักษณะเหมือนชาวไทย ส่วนต้นเหตุการตายยังไม่รู้จักว่าเป็นการฆ่าตัวตายไหม แต่ว่าในช่วงเวลาเช้ามีคนประสบพบเห็นผู้เสียชีวิตออกมาเดินอยู่ขอบริมทะเล ในท่าทางที่มีลักษณะกลัดกลุ้ม ก่อนที่จะมาเจอเป็นศพเสียชีวิตอย่างปัญหา พื้นฐานหน่วยกู้ภัยได้นำศพส่งพิสูจน์ยังโรงหมอสัตหีบ กิโลเมตร10 พร้อมรีบติดตามหาญาตำหนิ

ปัจจุบัน มีผู้เจอกระเป๋าเป้สีดำลอยน้ำมาติดริมทะเล ห่างจุดเกิดเหตุไม่มากมาย ซึ่งข้างในเจอสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน บอกชื่อ นางสาวสุพัตรา รังแก้ว อายุ 21 ปี บ้านเลขที่ 200/224 มัธยม1 ตำบลบ่อน้ำกึกก้อง อำเภอมั่งมีบุรี จังหวัดจังหวัดปทุมธานี นอกนั้นยังเจอเสื้อผ้า ของใช้ของสอย แล้วก็กุญแจห้องเช่ารีสอร์ทแห่งหนึ่ง ซึ่งคาดว่าเป็นของคนเสียชีวิต

 

ขอบคุณแหล่งที่มา… https://www.thairath.co.th/news/local/east/1700116

หวั่นเกิดอาเพศ หลังมีมือดีบุกศาล เจ้าพ่อเสือ กลับหัวเทวรูป

หวั่นเกิดอาเพศ

หวั่นเกิดอาเพศ หลังมีมือดี บังอาจบุกศาลเจ้าพ่อเสือที่ยกย่องเชื่อมั่น พลิกด้านเทพเทวดาประจำถิ่น ปักธูปกลับด้าน ร่างทางประทับทรง บอก มีคนจะเอาเจ้าพ่อไปไว้ที่อื่นๆ

เวลา 08.00 น. วันที่ 7 พฤศจิกายน ผู้รายงานข่าวได้รับแจ้งว่า มีความผิดปกติในศาลเจ้าพ่อเสือ พื้นที่ มัธยม2 ตำบลท่ามะเขือ อำเภอคลองขคุณลุง จังหวัดจังหวัดกำแพงเพชร ก็เลยได้เดินทางไปพินิจพิจารณา พบว่าเทวรูปในศาลเจ้าพ่อเสือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนในพื้นที่บูชาเชื่อมั่นกันมายาวนาน ได้ถูกเคลื่อนย้ายจากจุดที่ตั้งเดิม ในลักษณะหันเข้าฝาผนังบ้านทั้งสองด้าน โดยองค์แรกได้นำกล่องธูปครอบไปที่เทวรูป องค์ลำดับที่สองใช้กระดาษทองไหว้ ทับองค์เทวรูปรวมทั้งเมินหน้าเข้าฝาบ้านด้วยเหมือนกัน

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการนำธูปปักลงบนกระถางโดยใช้ด้านหัวทิ่มแทงลง รวมถึงใช้ยาสูบที่จุดดูดแล้ว ปักในปลายก้านธูป ส่วนกระถางสำหรับจุดธูปไหว้พ่อ ซึ่งเป็นกระถางหลักใช้ในพิธีกรรมสำคัญ ถูกเคลื่อนย้ายและมีเถ้าถ่านผงจากธูปเกลื่อนกลาดกระจุยกระจายเต็มไปหมด

จากการสำรวจของผู้ดูแลศาลเจ้า ยังพบว่า มีร่องรอยการนำหมึกสีดำมาเขียนเป็นอักษรจีนไว้ที่ขาโต๊ะวางของสำหรับมอบให้เจ้าพ่อ รวมถึงเทวรูปทุกองค์ในศาลเจ้าพ่อเสือ มีการนำแป้งสีขาวมาเจิมที่บริเวณใบหน้าเทวรูปอีกด้วย

นายอานนท์ อายุ 24 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์คนแรก เล่าว่า ก่อนหน้าที่ผ่านมาตนมาแปลงถ้วยน้ำชาในศาลเจ้าพ่อเสือทุกตอนเวลาเช้า ก็ไม่มีอะไรไม่ปกติ แม้กระนั้นมาเช้าวันนี้ ตนมาถึงขณะ 07.30 น. ปรากฏว่าของใช้และเทวรูปในศาลเจ้าพ่อเสือได้เกลื่อนกลาดกระจุยกระจายเต็มไปหมด ตนก็เลยรีบไปบอกเถ้าแก่เถ้าแก่ปุ๋ยยาที่ตนทำงานอยู่แล้วก็มีหน้าที่นำชามาแปลงวันแล้ววันเล่าให้ทราบ

ด้านนายวีนัส สงบสบายงาม อายุ 77 ปี ซึ่งเป็นคนดูแลศาลเจ้าพ่อเสือ และจากนั้นก็เป็นประธานสำหรับการจัดงานงิ้วทุกปีทุกๆปี พูดว่า ผวากับสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วก็ลูกศิษย์ที่เลื่อมใสวางใจจำนวนมาก ต่างพากันไม่สบายใจว่าจะเกิดอาเพศกับพื้นที่หรือไม่ ภายหลังจากนี้ตนแล้วหลังจากนั้นก็คณะกรรมการจะได้ประกอบพิธีการขอโทษเชิญชวนเจ้าพ่อจุ้นลับสู่ศาลเจ้าอย่างเดิม พร้อมทั้งให้ช่างมาติดกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆหากแม้มีบุคคลที่ไม่กังวลเข้ามาอีก จะได้มีภาพเป็นหลักฐานในการฟ้องศาลต่อไป

ผู้สื่อข่าวได้ถามอีกว่า เพียงพอจะสงสัยผู้ใดไหม นายวีนัส ผู้ดูแลศาลเจ้าพ่อเสือ เล่าให้ฟังว่า เมื่อคร่าวๆ 2 ปีที่ผ่านมา มีคนจะมาขอเชื้อเชิญเจ้าพ่อไปบูชาที่บ้านของเขาเอง เรียกว่ามาขอญาณไปก็ว่าได้ แม้กระนั้นตนรู้สึกว่าเจ้าพ่อเสือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของสามัญชนเลยไม่ให้ประกอบพิธีชวนไป และก็ถัดไปก็เห็นว่ามีผู้ที่ไม่เคยทราบมาด้อมๆดูๆมีพฤติกรรมแปลกๆบ่อย อาจจะเกิดจากความรู้ความเข้าใจของคนพวกนี้ก็เป็นได้

ส่วนคนทรงเจ้าเข้าผีประจำศาลเจ้าพ่อเสือ เมื่อรู้ข่าวสารได้เดินทางมาที่จุดเกิดเหตุ แล้วก็ได้ประทับทรงเจ้าพ่อเสือ ประกอบพิธีพรมน้ำมนต์กำจัดเรื่องเลวร้าย ต่อมาก็ได้ลงประทับคนทรงเจ้ารวมทั้งได้พูดว่า “มีคนมาประกอบพิธีจะเอาเจ้าพ่อไปอยู่ที่อื่นๆแต่ว่าไม่สามารถทำสำเร็จ” และได้บอกให้นำหุ่นเทวรูปที่ถูกมือดีเจิมไปทิ้ง และเปลี่ยนเทวรูปพร้อมประกอบพิธีอันเขิญเจ้าพ่อเสือใหม่

นายรุ่งฟ้า ศรีบุญพูลสุข อายุ 27 ปี พสกนิกรที่เข้าไปศาลเจ้าพ่อเสือเมื่อวานนี้ ได้เล่าว่า ตนเองได้ไปบูชาแล้วหลังจากนั้นก็นำผลไม้ไปมอบให้เจ้าพ่อ เพื่อของพรในเรื่องงาน ในตอน 14.00 น. ของวันที่ 6 พ.ย. ยังสังเกตว่าทุกสิ่งทุกอย่างปกติดี แต่เพียงพอตนกำลังจะกลับ ก็เห็นชายร่างใหญ่ขับขี่รถเก๋งไม่ทราบทะเบียนแบรนด์ สีครีมไข่ สภาวะเก่าๆมาหยุดเปิดข้างหลังฝากระโปรงด้านหลังรถยนต์ ทำทีท่าแปลกๆมีพิรุธ แต่ไม่ได้ฉุกคิดอะไร ตนก็เลยขับขี่รถออกมา

หากแม้ เรื่องดังกล่าวก็ได้แชร์ออกไปในโลกโซเชียล รวมทั้งมีคนมามีความคิดเห็นในรูปแบบต่างๆเข่น รักษาตัวให้ดีคนไหนกันทำ ตายแน่เร็วๆนี้ สร้างความรู้สึกว่าไม่พอใจแก่ผู้เชื่อใจเจ้าพ่อเสือเป็นอย่างยิ่งอย่างยิ่งจริงๆ.…