เตรียมกลับมาเปิดอีกครั้ง “การรถไฟ” เปิดขบวนรถโดยสาร ดีเดย์ 15 พ.ค.นี้

เตรียมกลับมาเปิดอีกครั้ง
เตรียมกลับมาเปิดอีกครั้ง “การรถไฟ” เปิดขบวนรถโดยสาร ดีเดย์ 15 พ.ค.นี้

เตรียมกลับมาเปิดอีกครั้ง /การรถไฟแห่งประเทศไทย เตรียมเปิดเดิน ขบวนรถโดยสาร หลังจากที่ได้ยกเลิกให้บริการชั่วคราว จากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรที่นา 2019 หรือโควิด–19 เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนที่มีความจำเป็นต้องเดินทางโดยรถไฟ ซึ่งจะเริ่มเปิดเดินรถใน 4 ทาง มี สายเหนือ ขบวน กทม.-เชียงใหม่-กรุงเทพมหานคร , สายใต้ ขบวน กรุงเทพมหานคร-หาดใหญ่-กรุงเทพมหานคร , สายอีสาน ขบวน กรุงเทพมหานคร-อุบลราชธานี-กรุงเทพมหานคร รวมทั้ง กรุงเทพมหานคร-หนองคาย-กรุงเทพมหานคร โดยจะเริ่มให้บริการขาออกจากกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ของวันที่ 15 พ.ค. 2563และขากลับจากปลายทาง เวลา 06.00 น. ของวันที่ 16 พฤษภาคม 2563

นอกจากนี้การรถไฟแห่งประเทศไทยยังมีมาตรการเฝ้าระวังและก็ป้องกันการแพร่ระบาดของโรควัววิด-19 ให้กับเจ้าหน้าที่แล้วก็ผู้ที่มาใช้บริการอีกด้วย หากอยากได้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทร 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่สถานีรถไฟทุกแห่ง…

ข่าวล่าสุด !! เริ่มตั้งแต่วันนี้ การรถไฟฯ สั่งงดเดินขบวนรถข้ามจังหวัด 14 ขบวน

ข่าวล่าสุด
ข่าวล่าสุด !! เริ่มวันนี้ การรถไฟฯ สั่งงดเดินขบวนรถข้ามจังหวัด 14 ขบวน

ข่าวล่าสุด /วันนี้ (3 เม.ย.2563) นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่า การรถไฟ แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 5) ข้อ 5 ลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป ให้ประชาชนงดเว้นหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดเว้นแต่ว่ามีความจำเป็น ซึ่งต้องแสดงเหตุผลและก็หลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่อีกทั้งต้องรับการตรวจคัดเลือกกรองและจำต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคดังที่ทางราชการกำหนด อันอาจทำให้การเดินทางต้องใช้เวลาเดินทางมากยิ่งกว่าปกติและไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง

ดังนั้น การรถไฟฯ ก็เลยได้ปรับแผนการให้บริการเดินขบวนรถในทางต่างๆเพื่อเป็นไปตามข้อกำหนดแล้วก็ให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2563 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ประกาศงดเว้นเดินขบวนรถโดยสารเชิงพาณิชย์ ขบวนรถเร็ว และก็ขบวนรถโดยสารเชิงสังคม ขบวนรถธรรมดาและก็ขบวนรถท้องถิ่น จำนวน 14 ขบวน ที่มีต้นทางปลายทางข้ามเขตจังหวัดทั้งหมด ดังนี้

  1. ขบวนรถเร็วที่ 135 (กรุงเทพ – อุบลราชธานี)
  2. ขบวนรถเร็วที่ 136 (อุบลราชธานี – กรุงเทพ)
  3. ขบวนรถธรรมดาที่ 201 (กรุงเทพ – พิษณุโลก)
  4. ขบวนรถธรรมดาที่ 202 (พิษณุโลก – กรุงเทพ)
  5. ขบวนรถธรรมดาที่ 257 (ธนบุรี – น้ำตก)
  6. ขบวนรถธรรมดาที่ 258 (น้ำตก – ธนบุรี)
  7. ขบวนรถท้องถิ่นที่ 415 (นครราชสีมา – หนองคาย)
  8. ขบวนรถท้องถิ่นที่ 418 (หนองคาย – นครราชสีมา)
  9. ขบวนรถท้องถิ่นที่ 421 (นครราชสีมา – อุบลราชธานี)
  10. ขบวนรถท้องถิ่นที่ 426 (อุบลราชธานี – นครราชสีมา)
  11. ขบวนรถท้องถิ่นที่ 439 (ชุมทางแก่งคอย – ชุมทางบัวใหญ่
  12. ขบวนรถท้องถิ่นที่ 440 (ชุมทางบัวใหญ่ – ชุมทางแก่งคอย)
  13. ขบวนรถท้องถิ่นที่ 489 (คีรีรัฐนิคม – สุราษฎร์ธานี)
  14. ขบวนรถท้องถิ่นที่ 490 (สุราษฎร์ธานี – คีรีรัฐนิคม)

สำหรับผู้โดยสารที่จะเดินทางข้ามเขตจังหวัดจะต้องได้รับการตรวจคัดกรองและก็จำเป็นต้องแสดงเหตุผลความต้องการ พร้อมหลักฐานการอนุญาตของบุคลากรข้าราชการตามมาตรการคุ้มครองปกป้องโรงดังที่ทางราชการระบุ ดังนี้ ผู้โดยสารที่ไม่ประสงค์จะเดินทาง สามารถติดต่อขอคืนเงินค่าตั๋วโดยสารที่สถานีรถไฟทุกแห่ง หรือถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ เบอร์โทร 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง…

ได้มาตรการผ่อนปรน !! ช่วงโควิด 6 กิจการ ตลาด-ร้านอาหารนอกห้าง-ร้านตัดผม-ร้านสะดวกซื้อ เริ่ม 3 พ.ค.

ได้มาตรการผ่อนปรน
ได้มาตรการผ่อนปรน !! ช่วงโควิด 6 กิจการ  เริ่ม 3 พ.ค.

ได้มาตรการผ่อนปรน /ทางที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 หรือ ศบค.ซึ่งมี นายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้อำนวยการศูนย์ดังกล่าว ไฟเขียวผ่อนปรน 6 กิจการ ให้กลับมาเปิดกิจการได้อีกครั้ง ในวันที่ 3 พ.ค. 2563

ภายหลังตัวเลขผู้ป่วยโควิด-19 ลดน้อยลง และก็มีการประกาศ ขยายเวลา พ.ร.ก.รีบด่วน อีก 1 เดือนเป็นตั้งแต่วันที่ 1-31 พ.ค. 2563 ทาง ศบค. ได้ประกาศมาตรการผ่อนปรน พื้นที่ ศบค.จะเป็นผู้กำหนดมาตรฐานกลางของธุรกิจการค้าและก็กิจกรรม แล้วให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในแต่ละจังหวัด ระบุรายละเอียดถัดไป ซึ่งแต่ละพื้นที่จะมีความเข้มข้นกว่าได้ แม้กระนั้นห้ามเข้มข้นน้อยกว่า โดยคำนึงถึงหนทางสาธารณสุขเป็นหลัก รองลงมาเป็นด้านสังคม รวมทั้งเศรษฐกิจ

สำหรับมาตรการผ่อนระยะแรกจะเปิดให้ 6 กิจการกลับมาเปิดได้อีกครั้ง ในวันที่ 3 พฤษภาคม 2563 ได้แก่

  1. ตลาด อาทิ ตลาดสด , ตลาดนัด , ตลาดน้ำ , ตลาดคนเดิน ฯลฯ
  2. ร้านจำหน่ายอาหาร ขนาดไม่เกิน 2 คูหา ได้แก่ ร้านอาหารนอกห้าง , ร้านอาหารริมทาง และร้านอาหารหาบเร่ ซึ่งในแต่ละร้านต้องมีการจัดระยะห่าง 1.5 ม. ห้ามรวมกลุ่ม
  3. กิจการค้าปลีก-ส่ง ได้แก่ ซุปเปอร์มาร์เก็ต , ร้านสะดวกซื้อ , ร้านเร่หรือรถวิ่งขายสินค้าอุปโภคบริโภค ,ร้านค้าปลีกขนาดย่อย , ร้านค้าปลีกชุมชน และร้านโทรคมนาคม
  4. กีฬา และสันทนาการ สนามกีฬากลางแจ้ง ที่ไม่เล่นเป็นทีม และไม่มีการแข่งขัน เช่น เทนนิส , กอล์ฟ และสนามซ้อม
  5. ร้านเสริมสวย และร้านตัดผม เฉพาะบริการตัด,สระ,ไดร์
  6. ร้านตัดขนสัตว์ คลินิก ฯลฯ

โดยการลดหย่อน จะมีการประเมินทุก 14 วัน ถ้าจำนวนคนป่วยไม่เพิ่มขึ้น จะผ่อนปรนถัดไปสู่ระยะที่ 2 กิจการที่มีความเสี่ยงต่ำ , ระยะที่ 3 กิจการที่มีความเสี่ยงกลาง รวมทั้งระยะที่ 4 ธุรกิจการค้าที่มีความเสี่ยงสูง แต่ว่าหากตัวป่วยไข้พุ่งสูงขึ้น จะกลับมาทวนใหม่ รวมทั้งอาจจะต้องกลับไปควบคุมเข้มข้นตามเคย…

กองสลากลงมติเห็นชอบ กลับมาจำหน่ายล็อตเตอรี่งวด 1 มิ.ย.

กองสลากลงมติเห็นชอบ
กองสลากลงมติเห็นชอบ กลับมาจำหน่ายล็อตเตอรี่งวด 1 มิ.ย.

กองสลากลงมติเห็นชอบ /นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการ สลากกินแบ่ง รัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการสลาก ช่วงวันที่ 29 เม.ย.2563 ลงความเห็นเห็นดีเห็นชอบให้กลับมาขายสลากตามเดิม ในงวดวันที่ 1 มิ.ย.2563 ภายหลังที่ หยุดการขายมา 3 งวดเป็น16 เม.ย.2563 , 2 พฤษภาคม2563 แล้วก็ 16 เดือนพฤษภาคม2563 รวมทั้ง ไม่มีมติให้เลื่อนการออกรางวัลในงวด 1 เม.ย.2563 ที่จะออก

รางวัลในวันที่ 16 เดือนพฤษภาคม2563 นี้ ออกไปอีก

ทั้งนี้ กองสลากมองเห็นความด้วยกันว่าสถานการณ์ในช่วงเวลานี้ สามารถขายสลากได้ตามปกติแล้ว ติดเรื่องเดียวเป็น การขายข้ามเขต ซึ่งการปกครองส่วนพื้นที่ในแต่ละจังหวัด จะรับไปดู แลออกใบอนุญาตให้ผู้ค้า ที่ไม่มีความเสี่ยงสามารถเดินทางข้ามจังหวัด เพื่อขายสลากได้

นายพชร กล่าวว่า กองสลากจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ค้าที่จะจองซื้อสลากในงวดวันที่ 1 มิ.ย.2563 ทุกคนรู้ดีว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน การค้าขาย อาจจะยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ การรับสลากไปขายอาจมีการเสี่ยง ขายไม่หมด

ดังนั้น จึงขอให้มีความระมัดระวัง รวมทั้ง ออกข้อแนะนะผู้ซื้อ ให้ซื้อสลากจากผู้ขาย ที่มีการใส่หน้ากาก มีเจลล้างมือ มีผ้าคลุมแผง เพื่อลดความเสี่ยงติดโควิด-19 ซึ่งหลังจากนี้ กองสลากจะส่งชุดตัวอย่างให้ผู้ค้าทุกราย…

มือปืนหนีตำรวจ 12 ชั่วโมงและสังหารหมู่ร้ายแรงที่สุดของแคนาดา

มือปืนหนีตำรวจ
มือปืนหนีตำรวจ 12 ชั่วโมงและสังหารหมู่ร้ายแรงที่สุดของแคนาดา

มือปืนหนีตำรวจ /(CNN) ชายผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีอย่างรุนแรงของโนวาสโกเชียซึ่งเริ่มต้นขึ้นในเมือง Portapique บนอ่าว Cobequid อันเงียบสงบซึ่งปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นักกีฬาคนหนึ่งซึ่งกำลังขับยานพาหนะคล้ายกับเรือเที่ยวตรวจ ตำรวจ มั่นใจว่ามีคนขับขี่รถยนต์แบบสุ่มก่อนจะฆ่าพวกเขาเจ้าหน้าที่บังคับใช้ข้อบังคับที่รู้จักดีกับการไต่สวนบอกกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น
เมื่อการล่าสัตว์สิ้นสุดลงประมาณ 12 ชั่วโมงต่อมามือปืนวัย 51 ปีฆ่า 18 คนรวมถึงตำรวจตำรวจเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์พยาบาลและครู
เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บตำรวจกล่าวและในยกเบนาคะซาดีมีรายงานว่ามีกระสุนปืนและรถตำรวจถูกยิงตามรายงานของผู้ส่งเสริมสื่อของซีเอ็นเอ็น
ตำรวจขัดขวางทางหลวงใน Enfield เมื่อวันอาทิตย์
ตำรวจกีดกันถนนหลวงใน Enfield เมื่อวันอาทิตย์
มือปืนซึ่งระบุว่าเป็น Gabriel Wortman ได้ทิ้งรอยของอาชญากรรม 16 ฉากที่เจ้าหน้าที่ยังคงทำงานเพื่อดำเนินการ ผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นตำรวจกล่าว
“เราไม่สามารถตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุได้อย่างมากเพราะตัวอย่างเช่นพวกเรามีไฟเผาส่วนประกอบห้าครั้งจำนวนมากเป็นที่พักอาศัยรวมทั้งพวกเรามั่นใจว่าอาจมีคนที่กลายเป็นเหยื่อยังอยู่ในซากของบ้านเหล่านั้นที่ถูกไฟไหม้” Chris Leather หัวหน้าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการตำรวจและหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการทางอาญาของแคนาดาในโนวาสโกเชียกล่าว
Wortman ถูกฆ่าตายในการยิงกับตำรวจใน Enfield ประมาณ 60 ไมล์จากสถานที่เกิดเหตุอาชญากรรม Leather กล่าว
แรงจูงใจเบื้องหลังการถ่ายทำซึ่งเป็นหนึ่งในเรื่องร้ายแรงของแคนาดาอยู่ระหว่างการสอบสวนหนังกล่าว Wortman รู้จักเหยื่อของเขาบางคนตำรวจกล่าวขณะที่คนอื่นเป็นคนแปลกหน้า

 …

บุรีรัมย์เตรียมเฮ !! ไม่พบป่วยโควิด 20 วัน เตรียมสั่งเปิดตลาดนัดได้

บุรีรัมย์เตรียมเฮ
บุรีรัมย์เตรียมเฮ !! ไม่พบป่วยโควิด 20 วัน เตรียมสั่งเปิดตลาดนัดได้

บุรีรัมย์เตรียมเฮ /จ่อปลดล็อกดาวน์ หลังไม่เจอผู้เจ็บป่วยโควิดนาน 20 วัน ชงผู้ตัดสินควบคุมโรคเสนอให้เปิดตลาดนัด ถนนคนเดิน แล้วก็รถยนต์เร่ได้ แต่จะต้องร่วมมือสำหรับในการควบคุมโรค

วันที่ 22 เม.ย. นายธัชกร หัตถาธยากูร ผวจ.บุรีรัมย์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรงติดต่อ จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ชั้น 1 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เรื่องมาตรการควบคุมป้องกันโรคติดต่อไวรัสโควิด-19 และการพิจารณาผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนสามารถทำมาหากินบรรเทาผลกระทบ

พื้นฐานเตรียมพิจารณาผ่อนผันให้เปิดตลาดนัด ถนนคนเดิน แต่ว่าให้จัดจำหน่ายเฉพาะอาหารสด อาหารแห้ง ของกินปรุงเสร็จ และก็ผลิตผลผลทางการเกษตร ผ่อนผันกลุ่มผู้ประกอบการรถเร่ ที่ขายอาหารสด อาหารแห้ง ของกินแต่งรส แต่ว่าจะต้องเป็นคนที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในจังหวัดจังหวัดบุรีรัมย์ รวมทั้งพักในจังหวัดมาแล้วไม่น้อยกว่า 14 วันรวมทั้งเข้ารับการตรวจสุขภาพ หรือตรวจทางห้องทดลองแล้วไม่เจอเชื้อวัววิด-19 และก็จำเป็นที่จะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานดูแลส่วนท้องถิ่นที่ตลาดนั้นตั้งอยู่

ภายใต้หลักเกณฑ์ กรรมวิธี แล้วก็ข้อแม้ การอนุญาตดังที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดระบุ รวมทั้งพินิจพิเคราะห์ผ่อนผันการจำหน่าย ของกิน และก็เครื่องดื่มที่ไม่ใช่แอลกอฮอล์หรือมีส่วนผสมแอลกอฮอล์ จัดให้มีที่นั่งด้านในร้านค้ารวมทั้งรอบๆใดๆก็ตามของร้านค้าเพื่อบริโภคลักษณะอาหารจานเดียว หรือให้ผู้ใช้นำไปบริโภคที่อื่นๆได้ แต่ว่าจำต้องดำเนินการตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

อาทิ หากนั่งรับประทานที่ร้านจะต้องจัดที่นั่งห่างกัน แล้วทางร้านจะต้องทำฉากกั้นระหว่างบุคคลสูง 50 ซม. จัดให้มีช้อนกลางบริการ และอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อกำหนดอย่างเคร่งครัด หลังจากจ.บุรีรัมย์ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่เป็นเวลา 20 วันแล้ว และประชาชนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์โควิด-19 จ.บุรีรัมย์ มีผู้ป่วยทั้งสิ้น 13 ราย รักษาหายแล้ว 10 ราย เสียชีวิต 1 ราย เป็นชาวต่างชาติ ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 2 ราย อาการดีขึ้นตามลำดับไม่มีภาวะวิกฤตคาดว่าอีก 2 วัน ครบกำหนดในการตรวจ ไม่พบเชื้อก็จะกลับบ้านได้ ส่วนสถานการณ์การกกักตัวผู้ที่มาจากกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด หรือมาจากต่างประเทศ

ในขณะนี้มีกักบริเวณอยู่ที่บ้านราว 8,000 ราย ตั้งแต่ 1 – 14 วัน โดยตั้งแต่เริ่มกักตัวมามีผู้ที่มีอาการผิดปกติ เป็นต้นว่า จับไข้ มีลักษณะทางเท้าหายใจ 300 กว่าราย ซึ่งได้รับการตรวจหาเชื้อทั้งปวงแล้วไม่เจอเชื้อ และก็ผ่านมา 20 วันแล้วที่ไม่เจอผู้ติดเชื้อรายใหม่ ก็เป็นที่น่ายินดีว่าเหตุการณ์โรคติดเชื้อเชื้อไวรัสวัววิด-19 ของจังหวัดบุรีรัมย์นับว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ แต่ก็ต้องระวังตลอด เนื่องจากว่าภายหลังที่ควบคุมได้แล้วพวกเราจะต้องมีมาตรการอื่นที่จะล็อกเมือง แต่ว่าบรรเทาการทำมาหารับประทานหรือการดำรงชีวิตชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบุรีรัมย์ก่อน…

เช็คให้ชัวร์ !! ชาวบ้านแห่ไปธนาคารดูยอดเงินยียวยาโควิด-19

เช็คให้ชัวร์

เช็คให้ชัวร์ !! ชาวบ้านแห่ไปธนาคารดูยอดเงินยียวยาโควิด-19

เช็คให้ชัวร์ /บรรยากาศจ่ายเงินเยียวยา 5,000 บาทวันที่ 3 ยังคึกคักชาวบ้านยังแห่ไปที่แบงค์เพื่อเช็คยอดเงินและแก้ไขบัญชีแล้วก็ชื่อที่ยังมีปัญหา พร้อมด้วยเรียกร้องให้รีบโอนเงิน 5,000 บาท ให้เร็วขึ้นแล้วก็พิจารณาให้กระจ่างแจ้งโอนให้กับผู้ที่เดือดร้อนจริงๆและบางบุคคลนำเงินไปต่อยอดลงทุนค้าขายเสริมสภาพคล่อง

10 เมษายน 2563 บรรยากาศวันที่สามของการจ่ายเงินแก้ไขผู้ได้รับผลพวงจาก วิกฤติโควิด19 ที่จ.สงขลา ตามหน้าแบงค์ต่างๆมีประชาชนไปยืนรอคอยตั้งแต่ก่อนเปิดทำซึ่งส่วนหนึ่งเป็นคนที่ได้รับสิทธิ์รับเงิน 5,000 บาทแต่มีปัญหาเรื่องบัญชีแล้วก็ชื่อก็เลยจำต้องรีบมาติดต่อธนาคาร บางส่วนก็มาปรับสมุดเช็คยอดเงินว่ามีเงินเข้ามาหรือไม่ซึ่งมีทั้งๆที่ได้เงินรวมทั้งยังคงจะต้องรอต่อไป

นายสุนัย หมัดนาย อายุ 39 ปี ซึ่งประกอบอาชีพขายอาหารบอกว่าวันนี้ได้รับเงินแล้วหลังลุ้นมา3 วัน โดยเงิน5,000 บาทจะนำไปต่อยอดลงทุนขายอาหารและเสริฟสภาพคล่องเพื่อให้ผ่านช่วงวิกฤติโควิดไปก่อน

ในขณะที่หญิงสาวรายหนึ่งซึ่งประกอบอาชีพค้าขายบอกว่ารอมาสามวันแล้วเช่นกันแต่ยังไม่ได้รับสิทธิ์จึงต้องการให้เร่งตรวจสอบสิทธิ์และโอนเงินช่วยเหลือให้เร็วขึ้นเพราะขณะนี้แทบไม่มีรายรับมีแต่รายจ่าย ที่สำคัญต้องตรวจสอบให้ชัดไม่ใช่โอนเงินไปให้คนที่ไม่เดือดร้อนเหมือนกับกรณีหญิงสาวที่ออกมาโพสต์ว่าเป็นแค่เสดเงินบนหลังตู้เย็น เพราะตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนจริงๆ…

รวบตัวได้แล้ว !! ไอ้หนุ่มหื่นมอมเหล้าสาว17 ขืนใจคืนส่งท้ายปีเก่า

รวบตัวได้แล้ว

รวบตัวได้แล้ว !! ไอ้หนุ่มหื่นมอมเหล้าสาว17 ขืนใจคืนส่งท้ายปีเก่า

รวบตัวได้แล้วกองปราบ บุกรวบหนุ่มหน้าบริษัทกลางเมือง ฉะเชิงเทรา ลวงสาววัย 17 ปี กินข้าว- มอมเหล้า ฉลองคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ก่อนพาไปเปิดห้อง ขืนใจ

วันที่ 9 เม.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ต.พิทยา ธนาวุฒิ สว.กก.5 บก.ป. จับกุม นายอภิชาติ หรือ โอ๊ต ผันเปลี่ยน อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่539/2561 ลงวันที่ 31 พ.ค.2561

ข้อหา “กระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย,พรากเด็กอายุกว่าสิบห้าปีแม้กระนั้นไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร โดยเยาวชนไม่เต็มใจไปด้วย,พาบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ว่ายังไม่เกินสิบแปดปีไปเพื่อการอนาจาร” ได้ที่หน้าบริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่ ม.15 ต.บางปะกง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

สืบเนื่องจากเมื่อเย็นวันที่ 31 ธ.ค.2560 นายอภิชาติได้ล่อลวง น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ผู้เสียหาย ซึ่งเคยพบเจอและรู้จักกันเมื่อตอนเรียนการศึกษานอกโรงเรียน ไปรับประทานอาหารที่ร้านแห่งหนึ่งเนื่องในวันส่งท้ายปีเก่า

แต่เมื่อไปถึงร้านนายอภิชาติกลับมอมเหล้าผู้เสียหายจนหมดสติ ก่อนพาไปเข้าโรงแรมห้องพักรายวันแล้วลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ กระทั่งรุ่งเช้าผู้เสียหายฟื้นคืนสติ จึงได้พยายามหลบหนีกลับบ้านพร้อมกับนำเรื่องมาบอกให้กับผู้ปกครองทราบ ก่อนมีการเข้าแจ้งความเอาผิดไว้ที่ สน.มีนบุรี จนมีการออกหมายจับดังกล่าว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทราบว่าปัจจุบันนายอภิชาติได้หลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว จากการสอบสวนนายอภิชาติ ให้การปฏิเสธ จึงนำตัวส่ง สน.มีนบุรี ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป…

ข่าวด่วน !! คนไทยเดินทางกลับจาก‘อินโดฯ’ติดเชื้อโควิดเพิ่ม 42 ราย ‘สตูล’ ยอดพุ่ง

ข่าวด่วน
ข่าวด่วน !! คนไทยเดินทางกลับจาก‘อินโดฯ’ติดเชื้อโควิดเพิ่ม 42 ราย ‘สตูล’ ยอดพุ่ง

ข่าวด่วน /พบคนไทยกลับจากดาวะห์ที่อินโดนีเซียเป็นไข้สูง 52 ราย ตรวจเจอมีเชื้อโควิด 42 ราย จังหวัดสตูลพุ่งพรวด 16 ราย จังหวัดสงขลาพบอีก 10 ราย เผยอีก 24 ผู้ที่มิได้กลับเพราะเหตุว่าไม่ผ่านการคัดกรองก่อนขึ้นเครื่อง

พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 4 ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์แก่สถานีโทรทัศน์พีพีทีวีว่า คนประเทศไทยที่เดินทางกลับมาจากประเทศอินโดนีเซียอีกทั้ง 76 คนดังกล่าวมีอยู่ 52 คน ที่จับไข้สูง ซึ่งจะต้องตรวจอย่างละเอียดอีกรอบ ทั้งนี้ เมื่อตรวจเบื้องต้นเสร็จแล้วได้ แยกไปกักตัว ตามแต่ละจังหวัด ส่วนอีก 24 ผู้ที่มิได้เดินทางมาด้วยนั้น เพราะไม่ผ่านการคัดเลือกกรอง เดี๋ยวนี้สถานเอกอัครราชทูตดูแลอยู่ โดยให้อยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่งในอินโดนีเซีย โดยกรุ๊ปเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ทั้งนี้ กลุ่มเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้จัดทำผลการคัดกรองผู้ที่เดินทางกลับจากอินโดนีเซียระบุว่า พบผู้มีอาการ 52 คน ซึ่งตรงกับที่ พล.ต.ปราโมทย์ ให้สัมภาษณ์ และตรวจพบเชื้อทั้งสิ้น 42 คน แยกตามรายจังหวัดได้ดังนี้

  1. จ.สงขลา 22 คน ส่งไปกักตัวที่สนามกีฬาเมืองหลักภาคใต้ หรือสนามกีฬาพรุค้างคาว ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ เป็นชาว จ.สงขลา 20 คน กรุงเทพฯ 1 คน และเชียงราย 1 คน ปรากฏว่า มีอาการ 11 คน ตรวจพบเชื้อ 10 คน
  2. จ.นราธิวาส 7 คน ส่งไปคัดกรองและกักตัวที่ โรงเรียนแสงธรรม ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ นราธิวาส มีอาการ 5 คน ตรวจพบเชื้อ 2 คน
  3. จ.ปัตตานี 14 คน ส่งไปคัดกรองที่สนามกีฬา อบจ.ปัตตานี แล้วให้อำเภอรับตัวไปกักตัว ณ สถานที่ที่จัดไว้ของแต่ละอำเภอ มีอาการ 8 คน ตรวจพบเชื้อ 7 คน
  4. จ.ยะลา 7 คน ส่งไปกักตัวที่ศูนย์พัฒนาการสาธารณสุขชายแดนภาคใต้ อ.เมือง จ.ยะลา มีอาการ 7 คน ตรวจพบเชื้อทั้ง 7 คน
  5. จ.สตูล 26 คน ส่งไปกักตัวที่วิทยาลัยราชภัฏสงขลาวิทยาเขตสตูล อ.ละงู จ.สตูล มีอาการ 21 คน ตรวจพบเชื้อ 16 คน นอกจากนี้ ยังมีลูกเรือของเที่ยวบินนี้อีก 35 คน ที่ต้องกักตัวเช่นกัน โดยนำไปกักตัวที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ แต่ไม่มีใครมีอาการและตรวจไม่พบเชื้อ

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ จ.สตูลยังไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แม้แต่คนเดียว แต่เมื่อมีกลุ่มดังกล่าวกลับมาจะทำให้ จ.สตูลมีจำนวนผู้ป่วยพุ่งพรวดในคราวเดียวถึง 16 คน โดยผลการคัดกรองนี้จะมีการแถลงอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ (8 เม.ย.63)…

สรุปล่าสุด !! ผู้ป่วยโควิดตายเพิ่มอีก 2 ราย รวม 9 ราย ห่วงโคม่าพุ่งอีก!

สรุปล่าสุด

สรุปล่าสุด !! ผู้ป่วยโควิดตายเพิ่มอีก 2 ราย รวม 9 ราย ห่วงโคม่าพุ่งอีก!

อัพเดทสถานการณ์ป่วยโควิด สรุปล่าสุด 

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค เปิดเผยในการแถลงข่าวเหตุการณ์ แพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ว่า มีคนเสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย เป็นชายไทย อายุ 54 ปี เป็นชาวจังหวัดยะลา มีประวัติเดินทางมาจากมาเลเซีย หญิงไทยอายุ 56 ปี ในกทม รักษาอยู่ในโรงหมอเอกชนแห่งหนึ่ง พบภาวะปอดอักเสบรุนแรง ทำให้คนตายสะสมเป็น 9 ราย

ข้อสังเกตคือ เริ่มมีผู้ป่วยหนักเพิ่มขึ้นเป็น 23 ราย ทุกรายอยู่ในภาวะวิกฤติ ผู้ป่วยใหม่ จำนวน 136 ราย มากจาก 18 จังหวัด กทม. 80 ราย เชียงใหม่ สมุทปราการ ภูเก็ต รวม สะสม 1,524 ราย

โดยกลุ่มใหญ่ 59 ราย เป็นผู้ป่วยที่สัมผัสผู้ป่วยก่อนหน้า สนามมวย สถานบันเทิง บุคลากรทางการแพทย์ 2 ราย สิ่งที่เพิ่มขึ้นชัดคือ ผู้กลับมาจากต่างประเทศ จำนวน 21 ราย ทั้งนี้ พบว่า ผู้ป่วย กทม.เพิ่มจำนวนขึ้น

ทั้งนี้ พบว่า ผู้ป่วยปัจจุบัน 1,545 รายมาจาก 59 จังหวัด กทม. 721 นนทบุรี 73 ภูเก็ต 49 ราย ยะลา 42 ราย สมุทปราการ 41 ราย ชลบุรี 39 ราย ปัตตานี 33 ราย สงขลา 29 ราย เชียงใหม่ 21 ราย…