กลุ่มจับลิขสิทธิ์กระทง ถึงไม่ใช่ กลุ่มตบสินทรัพย์ รับมอบอำนาจถูก

จับลิขสิทธิ์กระทง

จับลิขสิทธิ์กระทง เด็ก 15 ขออธิบาย ข้างหลังกลายเป็นเชลยสังคม การันตีได้รับให้อำนาจโดยตรงจากผู้ครอบครอง ลิขสิทธิ์ ที่ประเทศญี่ปุ่น ประพฤติตามหน้าที่ด้วยใจจริง ถ้าคนไหนแจ่มแจ้งความเป็น กลุ่มตบสินทรัพย์ ก็ยินดี

วันที่ 6 พฤศจิกายน นายประจักรษ์ โพธิผล ผู้แทนลิขสิทธิ์บริษัทการ์ตูนแห่งหนึ่ง แจกแจงต่อสื่อมวลชนข้างหลังกลายเป็นเชลยสังคม ข้างหลังฟ้องร้องที่ สภ.เมืองจังหวัดโคราช เพื่อเอาผิดกับเด็กหญิงวัย 15 ปี ก่อนนัดเพื่อซื้อกระทงลายการ์ตูนละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งมีโทษปรับ 50,000 บาท แต่ว่าคราวหลังได้พูดจากับครอบครัวเด็กรวมทั้งต่อรองเหลือ 5,000 บาท จนกระทั่งบริษัทผู้ครอบครองลิขสิทธิ์ได้แจกแจงผ่านเฟซบุ๊กว่ามิได้มอบหมายให้ใครจับผลิตภัณฑ์ละเมิดลิขสิทธิ์ดังที่ถูกอ้าง

นายประจักรษ์ พูดว่า คราวหลังบริษัท TAC ออกกล่าววว่ามิได้มอบหมายให้คนไหนกันแน่เข้าจับตัวผลิตภัณฑ์ละเมิดลิขสิทธิ์นั้น เพราะบริษัทดังที่กล่าวมาข้างต้น เป็นข้างดูแลการจำหน่าย ส่วนบริษัท เวอริเซ็ค จำกัดที่ตนเป็นบุคลากรนั้น เป็นข้างกำจัด โดยตรงที่ได้รับมอบสิทธิ์จากญี่ปุ่น ซึ่งตนได้รับมอบหมายให้ดำเนินงานด้านลิขสิทธิ์

ส่วนหัวข้อการรับเงิน 50,000 บาทนั้น คาดว่าเป็นความหลงผิดทางแง่ข้อบังคับ ที่เจาะจงใน พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ มัธยม31 ว่าคนที่ทำความผิดจำต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 50,000-400,000 บาท กรณีของเด็กเป็นแนวทางการทำซ้ำรวมทั้งปรับเปลี่ยนลวดลายตัวการ์ตูน ซึ่งตำรวจมีหลักฐานว่าน้องได้ลงขายมาตั้งแต่ตอนวันที่ 10 เดือนตุลาคมก่อนหน้าที่ผ่านมา

ต่อจากนั้น เมื่อตำรวจชักชวนตัวเด็กมาสถานีตำรวจเพื่อสนทนาไกล่เกลี่ยความเสื่อมโทรมแล้ว ตนในฐานะผู้รับมอบอำนาจมีสิทธิ์สำหรับเพื่อการตกลงใจทางคดี และก็เห็นแก่เด็กก็เลยถอนแจ้งเหตุ ส่วนเงิน 5,000 บาท ก็นับว่าเป็นค่าชดเชยที่จำเป็นต้องส่งให้กับบริษัทตามสิทธิ์ ซึ่งตนก็มีเงินนำจับราคาน้อยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ การันตีว่า จัดการด้านกฎหมายอีกทั้งกับรายใหญ่หรือรายย่อย

แต่ ตนไม่ใช่ผู้ที่สั่งจองกระทงกับเด็กเพื่อมาโดนจับจับและไม่มีคนใดกันมาคาดคั้นสอบในห้องมืดดังที่เป็นข่าว ซึ่งห้องที่ไต่สวนเป็นห้องสำหรับประชุม แล้วก็วันนั้นมิได้เปิดเครื่องปรับอากาศก็เลยออกมาตามบันไดภายนอกห้อง การันตีว่าไม่มีผู้ใดบังคับให้เซ็นเห็นด้วยความผิดพลาด ส่วนเนื้อหาทางคดีตนไม่ขอเผย

ดังนี้ ถ้าหากทางครอบครัวหรือบุคคลใดแจ่มแจ้งความกลับเพราะว่าเห็นว่าพวกตนเป็นกลุ่มตบทรัพย์สมบัติก็ยินดี ด้วยเหตุว่าตนจริงใจรวมทั้งมีหลักฐาน รวมทั้งใบมอบฉันทะที่ไม่สามารถที่จะขายให้กันได้

ด้าน ทนายความเดชา คำเล่าลือวิทยาความสำราญ หรือทนายความทุกข์น้อยลง บอกว่า ในคดีนี้ ถ้าเกิดเป็นดังที่เด็กพูดว่า ตัวเองถูกจ้างให้ประดิษฐ์กระทงรวมทั้งนัดแนะให้มาส่งของเพื่อจะโดนจับจับ มีภาษาวิธีว่า “ล่อให้กระทำผิด” ต่างกับการหลอกซื้อเป้าหมายความว่า คนที่ถูกล่อได้ทำความผิดจริงอยู่แล้ว ในส่วนนี้จำเป็นต้องวิเคราะห์จากพนักงานที่มีหน้าที่สอบสวนว่ามีความเป็นจริงเช่นไร เวลาเดียวกัน ศาลฎีกามีคำตัดสินเป็นแถวทางหลายคดีว่าคนที่ถูกล่อให้กระทำผิดนั้นปราศจากความไม่ถูก ทั้งตำรวจไม่มีอิทธิพลจับกุมตัวไต่สวน

ขอบคุณแหล่งที่มา… https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/1698233

จับได้แล้ว ไอ้ลุ๊บ อดีตกาลนช.ฆ่าขืนใจ ออกเรือนจำไล่ปลุกปล้ำสาวเก็บเห็ด

ไอ้ลุ๊บ

ไอ้ลุ๊บ ผู้ร้ายหวัง ข่มขืน กระทำชำเราหญิงสาวที่อ่าวลึก กระบี่ แต่ว่าสาวฮึดสู้ เผ่นซ่อนตัวที่จังหวัดภูเก็ต เปิดเผยเป็นอดีต นช.ฆ่ากระทำชำเราเฉือนคอ ก่อเหตุตั้งแต่อายุ 16 สร้างความหวาดสะดุ้งให้ผู้หญิงเป็นอันมาก

จากกรณีตอนวันที่ 4 เดือนพฤศจิกายนก่อนหน้าที่ผ่านมา ในโลกโซเชียลในพื้นที่ จังหวัดกระบี่ได้มีการแชร์ภาพนายนันทชัย บุญรักษา หรือ ลุ๊บ พร้อมเนื้อความบอกว่า พึ่งจะพ้นโทษในคดีฆ่าแล้วก็ขืนใจ แล้วกลับมาก่อเหตุซ้ำอีกในพื้นที่ ตำบลเขาใหญ่ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ จนกระทั่งทำให้หญิงในหมู่บ้านและก็ใกล้เคียงกลัวอย่างยิ่ง จนถึงไม่กล้าหาเลี้ยงชีพแล้ว

รวมทั้งรู้ดีว่าได้มีหญิงสาวรายหนึ่งมีการแจ้งเหตุร้องเรียนไว้ที่ สภ.อ่าวลึก แล้วก็ศาลจังหวัดกระบี่ได้ออกหมายจับแล้วเหมือนกัน โดยทางการข่าวสารรู้ดีว่า ฆาตกรรายดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นได้หลบซ่อนมาหลบซ่อนอยู่ภายในเขตพื้นที่ จังหวัดจังหวัดภูเก็ต

ความก้าวหน้าปัจจุบัน เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 5 พฤศจิกายน พันตำรวจเอกประวิทย์ เอ้งฉ้วน ผู้กำกับการสส.ภ.จว.จังหวัดภูเก็ต พร้อมกำลังชุดสอบปากคำ กิโลกรัมสส.ภ.จว.จังหวัดภูเก็ต รวมทั้งชุดสืบสาว สภ.อ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ได้นำกำลังเข้าจับนายนันทชัย บุญรักษา อายุ 29 ปี

ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดกระบี่ ระบุวันที่ 22 เดือนตุลาคม62 เหมาะหอพักข้างในหมู่บ้านการเคหะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ อำเภอถลาง ถนนเทวดากระษัตรี ตำบลศรีเสนาะ อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ตใ

นข้อกล่าวหาทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยบีบบังคับด้วยอย่างไรๆโดยใช้ความรุนแรงทำร้ายร่างกายฯ ประทุษร้ายคนอื่น แล้วต่อจากนั้นได้กักคุมไปไต่สวนเสริมเติม ที่ กิโลกรัมสส.ภ.จว.จังหวัดภูเก็ต ก่อนส่งตัวแม้กระทั่งกับพนักงานที่ทำหน้าที่ด้านการสอบสวน สภ.อ่าวลึก จังหวัดกระบี่ เพื่อนำตัวไปฟ้องร้องโดยชอบด้วยกฎหมายถัดไป

สำหรับนายนันทชัย บุญรักษา หรือลุ๊บ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหารายนี้ ถูกกล่าวว่า เคยถูกลงโทษในข้อกล่าวหากระทำชำเราฆ่าคนอื่น ก่อเหตุตอนอายุ 16 ปี ปัจจุบันไปเผยตัวในพื้นที่ ตำบลเขาใหญ่ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ก่อเหตุมานะขืนใจ บุกปลุกปล้ำฉีกทึ้งเสื้อผ้า หญิงสาววัย 23 ปี ขณะออกหาเห็ดในสวนปาล์ม แม้กระนั้นเหยื่อฮึดสู้ ถีบเข้าไปที่เจ้าโลกฆาตกรก็เลยรอดมาได้

 

ขอบคุณแหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/local/south/1697536

เขมรผวา ทหาร-ตำรวจเขรม คุมเข้มชายแดน หวาดหวั่นกบฏกลับเข้าประเทศ

เขรมผวา

เขรมผวา การสู้รบ แห่เก็บเสบียงอาหาร ด้าน ทหาร-ตำรวจเขมร ขนอาวุธการรบครบมือคุมเข้มชายแดนปอยเปต ล่าสกัดกรุ๊ปกบฏ กองตรวจคนเข้าเมืองสระแก้ว เตือนชาวไทยอย่าออกบ้านเวลากลางดึก นำเอาสปอร์ตตลอด งดเว้นใส่หมวก-ที่ปกคลุมหน้า

เมื่อตอนเช้าของวันนี้ 4 เดือนพฤศจิกายน 62 ที่ ด่านชายแดนปอยเปต กรุงปอยเปต ประเทศเขมร ซึ่งอยู่ตรงกันข้าม ด่าน กองตรวจคนเข้าเมืองไพรประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านลำคลองลึก อำเภอป่าประเทศ จังหวัดสระแก้ว เจ้าหน้าที่ทหารรวมทั้งตำรวจเขมร ยังคงตะพายอาวุธการรบคุมเข้มการเดินทางเข้าราชอาณาจักรกัมพูชาของคนทั่วๆไปอย่างเข้มงวด โดยยิ่งไปกว่านั้น เจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองปอยเปต ราชอาณาจักรกัมพูชาได้กระทำการตรวจหนังสือเดินทางของนักเดินทางทั้งยังคนไทยและก็คนต่างประเทศที่เดินทางเข้าประเทศเขมรอย่างเข้มงวดและนำภาพของ 8 แกนนำกบฏเขมรรวมทั้งกรุ๊ปส่งเสริม ที่รัฐบาลเขมรออกหมายจับแล้วก็ห้ามเข้าประเทศมาติดไว้รอบๆด่าน กองตรวจคนเข้าเมืองปอยเปตฯเพื่อ เจ้าหน้าที่เทียบบริเวณใบหน้าปกป้องการแปลงโฉมแล้วก็ตกแต่งบริเวณใบหน้าลักลอบเข้าราชอาณาจักรกัมพูชา

ส่วนบรรยากาศในตลาดปอยเปต กรุงปอยเปต ราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งอยู่ห่างด่านชายแดนไพรประเทศ จังหวัดสระแก้ว ราว 1.5 กิโลเมตรยังคงมีทหาร แล้วก็ ตำรวจตระเวณชายแดนเขมร ตะพายอาวุธการทำศึกเดินเที่ยวตรวจตรวจการตามถนนและก็ตามซอยตรอก ตลอดระยะเวลา ทำให้พสกนิกรชาวเขมรในปอยเปตฯ ต่างอกสั่นขวัญแขวน มีการวิจารณ์ไปต่างๆนานา โดยยิ่งไปกว่านั้นการติชมว่าอาจจะมีการเกิดสงครามกลางเมืองในเขมรกลับมาอีกทีแม้นายสม รังสี แกนนำกรุ๊ปกบฏเขมรเดินทางกลับเขมรอีกรอบในวันที่ 9 พฤศจิกายน 62 ดังที่นายสม รังสี ได้ประกาศและก็ปลุกระดมชาวเขมรให้ขึ้นมาต่อสู้เพื่อเรียกร้องระบบประชาธิปไตยและก็ล้มระบบฮุน เซน ในเขมร

ดังนี้ นายเจือน ซกฮือ ชาวเขมรในตลาดปอยเปตฯ กล่าวมาว่า ช่วงนี้ ในกรุงปอยเปต ไม่ดีเหมือนปกติเพราะว่ามีแต่ว่าทหาร ตำรวจเขมรถืออาวุธการศึก เดินตรวจการทั่วทั้งเมือง โดยยิ่งไปกว่านั้นตอนค่ำชาวเขมรในกรุงปอยเปต ไม่มีผู้ใดกล้าออกมาจากบ้านเพราะว่ากลัวโดนจับหรือถูกยิงตาย พอเพียง 2 ทุ่มต่างก็รีบไปนอนกันหมด แม้กระทั้งห้างบิ๊กซี ในกรุงปอยเปตฯกลางคืนเสมือนห้างร้างไม่มีชาวเขมรกล้าเข้าไปเดินในห้างฯ ในขณะนี้ชาวเขมรต่างกลัวสงครามกลางเมืองกันมากมาย ไม่อยากที่จะให้เขมรกลับไปอยู่ในภาวะการศึกอีกที มีการสะสมของกินและก็น้ำกันแล้ว

ในขณะนี้ชาวเขมรส่วนมากเฝ้าดูในวันที่ 9 เดือนพฤศจิกายน 62 นายสม รังสี สมัยก่อนหัวหน้าฝ่ายค้านเขมร ที่รัฐบาลเขมรตั้งข้อกล่าวหากบฏ แล้วก็ได้แอบหนีไปอยู่ประเทศฝรั่งเศส ประกาศว่าจะกลับมาเรียกร้องระบบประชาธิปไตยในเขมร ก็เลยเกรงว่าถ้าเกิดเรื่องจริงอาจมีการยิงปะทะกันระหว่างทหารกับกรุ๊ปใต้ดินที่ส่งเสริมนายสม รังสี

ส่วนทางด่าน กองตรวจคนเข้าเมืองวนาลีประเทศ จังหวัดสระแก้ว พันตำรวจเอกเบญจพล รอดสวาสดิ์ ผู้กำกับการกองตรวจคนเข้าเมืองจว.สระแก้ว ได้สั่งให้ เจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองประจำ ด่าน กองตรวจคนเข้าเมืองป่าประเทศฯ โฆษณาแล้วก็แจ้งเตือนคนประเทศไทยสถานที่สำหรับทำงานอยู่ในฝั่งปอยเปต ราชอาณาจักรกัมพูชา ให้รอบคอบพกหนังสือเดินทางตลอดระยะเวลา แล้วก็ห้ามละเมิดกฎหมายในเขมร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลากลางคืนห้ามออกมาเดินเที่ยวในตลาดปอยเปตฯ แล้วก็อย่าเพียรพยายามปกปิดบริเวณใบหน้า หรือสวมหมวกหุ้มบริเวณใบหน้าเนื่องจากว่าจะมีผลให้ถูก เจ้าหน้าที่เขมร ตรวจหาหรือกำเนิดสงสัยได้

จากการตรวจตราการเคลื่อนไหวในกรุงปอยเปต ราชอาณาจักรกัมพูชา พบว่าทางรัฐบาลเขมร ได้มอบหมายให้ พลเอกเค็ง ซาเมด รอง ผู้บังคับบัญชาตำรวจเขมร ซึ่งรับผิดชอบดูแลพื้นที่ตามแนวชายแดนประเทศเขมรทั้งประเทศ รับผิดชอบและก็ออกคำสั่งให้ เจ้าหน้าที่ทหารรวมทั้งตำรวจเขมรปฏิบัติงานเข้มคุ้มครองปกป้องรวมทั้งขวางไม่ให้กรุ๊ปกบฏเขมรสามารถลักลอบเดินทางเข้าราชอาณาจักรกัมพูชา ได้

พื้นฐานมีการสั่งให้ พลโทเป็ก วันทุ่งนา ผู้บังคับบัญชาสถานีตำรวจปกท.(ผู้บังคับบัญชาที่ทำการติดต่อประสานงานชายแดนเขมร-ไทย) ของเขมร นำกำลังทหารประจำจังหวัดบันเตียเมียนเจยฯพร้อมอาวุธการทำศึกคุมเข้มพื้นที่ชายแดน ด้าน จังหวัดบันเตียเมียนเจยฯ รวมทั้งให้ พันตำรวจเอกโซ จันผู้หญิง ผู้บังคับบัญชากองพัน ตำรวจตระเวณชายแดนที่ 911 เขมร นำกำลังพร้อมอาวุธการทำศึกดูแลรับผิดชอบพื้นที่ตะเข็บชายแดน ด้านกรุงปอยเปตฯ โดยมี พลตรีบอน บิน หัวหน้าสห.เขมร(หัวหน้าสารวัตรทหารเขมร) ประจำจังหวัดบันเตียเมียนเจย…

ไอ้เอ็ม ฆ่าโหดเหี้ยมเศรษฐินี โดนต้อนจนตรอก ตำรวจรุกฆาตใช้ภรรยากล่อมให้ยอมมอบตัว

ตำรวจไล่ต้อน

 

ตำรวจไล่ต้อน ไอ้เอ็ม กรณีข่าวสารการฆ่าสะเทือนใจ นางสาววรรณี จิรเจริญก้าวหน้ายิ่ง อายุ 58 ปี ถูกฆาตกรรมผูกมือผูกเท้ายัดตู้แช่เย็น แล้วก็โบกปูน

ทับอีกครั้ง ข้างในห้องแถวแห่งหนึ่งใน ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทองคำ จังหวัดจังหวัดเชียงใหม่ โดยผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ได้รีบติดตามตัว อุ้ม สาว

ทอมคนรู้จักมักคุ้น แล้วก็ได้ขออนุมัติออกหมายจับ นายแก้วสีไม้ไผ่ ศรีตะบุตร์ หรือ ตั้ม หรือ เอ็ม อายุ 39 ปี ชาว จังหวัดจังหวัดลำปาง ทำอาชีพขับขี่รถ

สองแถว สายจอมทองคำ-จังหวัดเชียงใหม่ ในข้อกล่าวหาปล้นส่งผลให้คนอื่นๆถึงแก่กรรม และก็รับของโจร จากที่เสนอข่าวสารไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับประเด็นนี้ วันที่ 29 ต.ค. 2562 ข่าวสารช่องวัน แถลงการณ์ว่า คนขับเหลืองวิ่งระหว่าง อำเภอจอมทองคำ – เข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยกับตำรวจว่า ตนสนิทกับนายไพฑูรย์ แล้วก็ทราบดีว่านายแก้วสีไม้ไผ่ มีปัญหาด้านการเงิน ไม่สามารถที่จะจ่ายค่าเช่าสองแถวได้ ก็เลยผันตัวไปขับมึงร็บคาร์ในเมืองจังหวัดเชียงใหม่ นอกเหนือจากนี้ยังมีปัญหาครอบครัว เลิกรากับเมียที่มีลูกร่วมกัน 2 คน

คนขับเหลือง บอกอีกว่า นายแก้วสีไม้ไผ่เป็นคนมีไมตรีจิต ไปรับ-ส่ง นางสาววรรณี จนได้รับความเชื่อใจ แต่ว่าไม่สามารถที่จะตอบเรื่องความข้องเกี่ยวของทั้งสองได้ ส่วนเรื่องสาวทอมคนสนิทสนมนั้น ตนไม่เคยมองเห็น เนื่องจากคนตายจะไม่มาขึ้นรถที่วิน แม้กระนั้นจะนัดหมายให้นายไพฑูรย์ไปรับยังบ้านพักหรือจุดนัดพบอื่น

ดังนี้ คำพูดของคนขับเหลืองดังที่กล่าวถึงแล้วสอดคล้องกับเนื้อความใน เฟซบุ๊ก บิ๊กเหี้ยน ที่กล่าวว่า นายเพชรตาแมวเพิ่งจะขึ้นทะเบียนหย่ากับเมีย เพราะเหตุว่ามีปัญหาเรื่องเงินและก็เรื่องหญิง, มีลูกสาว 2 คน, มีเรื่องมีราวชกกับไฟแนนซ์เพราะเหตุว่าค้างค่าผ่อนส่งรถยนต์, เลิกขับขี่รถเหลือง แล้วก็คืนรถยนต์ไปนาน 3-4 เดือนแล้ว ปัจจุบันนี้ขับมึงร็บคาร์ในเมืองจังหวัดเชียงใหม่

ตำรวจต้อน

ถัดมา เพจบิ๊กสั้น รายงานเสริมเติมว่า อุ้ม สาวหล่อผู้ต้องสงสัยคดีดังที่กล่าวมาแล้ว ได้โทรติดต่อผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ และก็ให้การไม่ยอมรับว่าไม่มีส่วนเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ นางสาววรรณี อะไร ซึ่งตำรวจได้ชี้แนะให้อุ้มเข้ามาให้คำให้การอย่างเร็ว ตอนนี้ยังเป็นเพียงแค่ผู้ต้องสงสัย

ตอนที่ เดลินิวส์ออนไลน์ แถลงการณ์ว่า ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์สอบสวนภาค ได้วิเคราะห์กล้องวงจรปิดของทางเทศบาล จังหวัดจังหวัดระยอง พบว่า นายไพฑูรย์ขับขี่รถบีเอ็มดับเบิลยูมาหยุดที่ท่าเรือแห่งหนึ่งและก็ไปกด เอทีเอ็ม ก่อนทิ้งรถยนต์หลักฐาน และก็นั่งรถเครื่องรับจ้างแอบหนีไป คาดว่าบางทีอาจเตรียมหนีไปชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน

อย่างไรก็ดี ตำรวจมีผู้เห็นเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงว่านายแก้วสีไม้ไผ่เป็นคนรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ของ นางสาววรรณี แล้วหลอกพี่น้องว่า นางสาววรรณี ไปยังประเทศอื่นๆ

ปัจจุบัน เฟซบุ๊ก บิ๊กสั้น มีรายงานอย่างไม่เป็นทางการว่า ตำรวจได้ให้อดีตกาลเมียของนายแก้วสีไม้ไผ่โทรศัพท์ติดต่อให้เข้ามอบตัวแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://hilight.kapook.com/view/195516

 …

รถพยาบาลฝ่าสัญญาณไฟแดง จักรยานยนต์ชนสาหัส 2 ราย ผู้ป่วยจะต้องนอนรอคอยช่วยผู้บาดเจ็บ

อุบัติเหตุรถพยาบาล

อุบัติเหตุรถพยาบาล เกิดจะรีบไปส่งผู้เจ็บป่วยฝ่าสัญญาณไฟแดง มอเตอร์ไซค์ได้ไฟเขียวขับรถมาไม่ระวังก่อนชนเข้าอย่างจัง ส่งผลให้ผู้ขับรวมทั้งคนนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์บาดเจ็บอย่างหนัก 2 ราย

อุบัติเหตุรายนี้เกิดขึ้น เมื่อเวลาราวๆ 01.00 น.วันนี้ (28 เดือนตุลาคม62) ร้อยตำรวจเอกความอดทน มานะสูงเนิน รอง สว.(สอบปากคำ)สภ.เมืองชัยภูมิ รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถตู้พยาบาลชนมอเตอร์ไซค์ รอบๆกึ่งกลางแยกโรงต้ม ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ร้ายแรง 2 ราย ก็เลยรุดไปตรวจจุดเกิดเหตุพร้อมหน่วยกู้ภัยสว่างความดีงามชัยภูมิ แล้วก็ หมอโรงหมอชัยภูมิ

จุดเกิดเหตุเจอคนที่บาดเจ็บชาย 2 ราย ข้าราชการก็เลยรีบดูแลรักษาพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงหมอชัยภูมิ รู้ถัดมาชื่อ นายปฐมพร อายุ 15 ปี แล้วก็นายอณัฐชา อายุ 16 ปี ในจุดเกิดเหตุยังเจอรถเครื่องแบรนด์ฮอนด้าเวฟ สีแดง-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหยุดอยู่ ห่างออกไปยังเจอรถพยาบาลแบรนด์โตโยต้า สีขาว ป้ายทะเบียน 3 กพ 5182 จังหวัดกรุงเทพมหานคร หยุดอยู่ ด้านในยังมีคนไข้หญิง 1 รายอีกด้วย

ถามไถ่ไปยัง นายซุกปรี่ อายุ 38 ปี คนขับพยาบาลเล่าว่า ตนได้ขับขี่รถรับคนป่วยมาจากโรงหมอภูเขาไม่พล เพื่อจะมาส่งที่โรงหมอภูเขาเวียง มาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นรอบๆทางแยกตนมีความคิดว่าเปิดสัญญาณไฟแล้วคงจะผ่านได้ ตนได้ขับฝ่าสัญญาณไฟมา เวลาเดียวกันได้มีรถเครื่องที่วิ่งมาอีกด้านของถนนหนทางได้สัญญาณไฟเขียวก่อนวิ่งชนเข้าข้างๆของรถพยาบาลส่งคนเจ็บ จนถึงนำไปสู่เหตุเศร้าใจ ข้าราชการบนรถพยาบาลจำเป็นต้องลงมาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บบนถนนหนทางก่อน ส่วนผู้เจ็บป่วยหญิงบนรถยนต์ยังจะต้องนอนรอนำส่งโรงหมอถัดไป

ขอขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com/news/7935386/

ฆ่าโหดเหี้ยม “เศรษฐินีสายบุญ” ยัดตู้แช่เย็น เก๋งคันหรูหาย พี่ชายช็อกเปิดพบศพน้อง

เศรษฐินีสายบุญ

เศรษฐินีสายบุญ ฆาตกรสุดชั่วร้าย ฆ่าเศรษฐินีสายบุญ ยัดตู้แช่เย็น รถเก๋งหรูหายไป พี่น้องร้อนรนไม่มีการติดต่อไปแทบ 2 อาทิตย์ ก่อนเจอเป็นศพ เปิดเผยซื้อทาวน์โฮมหน้าวัดดังเพื่อมาเจริญภาวนาโดยเฉพาะ

อย่างยิ่งผู้รายงานข่าวแถลงการณ์ว่า (27 เดือนตุลาคม) กำเนิดคดีสะเทือนใจขึ้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ ข้างหลังเมื่อเวลาบ่ายก่อนหน้านี้ ตำรวจรับแจ้งเจอศพถูกฆ่าตายยัดตู้แช่เย็นข้างในตึกการค้าขาย แห่งหนึ่ง บ้านหลวง กลุ่ม 3 ตำบลบ้านหลวง อำเภอ จอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในตรอกหน้าวัดพระบรมธาตุศรีจอมทองคำ

ข้างหลังรับแจ้งตำรวจพิสูจน์หลักฐานพร้อมตำรวจ สภ.จอมทอง และก็ หมอเวร เข้าพิจารณาจุดเกิดเหตุ ท่ามกลางราษฎรนับร้อยที่มามุงมองเรื่องราว รอบๆครัวที่เพิ่มเติมข้างๆตัวตึก เจอตู้แช่เย็นขนาดใหญ่ถูกวางนอนลงกับพื้น มีผ้าที่มีไว้สำหรับห่มปกคลุมทับไว้ โดยยังทิ่มปลั๊กไฟไว้อยู่ ข้างตู้แช่เย็นเจอถุงซีเมนต์ 2 ถุง ถูกแกะใช้แล้ว ทั่วรอบๆตึกส่งกลิ่นเหม็น

ข้าราชการพิสูจน์หลักฐานได้เก็บลายพิมพ์นิ้วมือแล้วก็ร่องรอยหลักฐานในจุดเกิดเหตุ ก่อนที่จะเปิดตู้แช่เย็นเจอร่างหญิงคนหนึ่ง คาดว่าจะเป็นนางวรรณี เสียชีวิตอยู่ข้างใน ภาวะศพนอนคว่ำ โทรศัพท์เคลื่อนที่ผูกไขว้หลัง มีผงซีเมนต์โรยทับอยู่ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วแทบอาทิตย์

จากการสืบสวนพื้นฐาน รู้ดีว่าบ้านข้างหลังนี้มี นางสาววรรณี อายุ 58 ปี ชาว อำเภอบางพลี จังหวัดจังหวัดสมุทรปราการ ได้มาซื้อตึกการค้าข้างหลังนี้ได้โดยประมาณ 1 ปี โดยนางสาววรรณีเป็นคนมีฐานะ ถูกใจประพฤติตามธรรมรวมทั้งเป็นศิษย์ของสงฆ์พระบรมธาตุศรีจอมทองคำ ก็เลยได้มาซื้อตึกการขายข้างหลังนี้เพื่ออยู่อาศัย

ซึ่งระหว่างเดินทางมาประพฤติตามธรรมที่วัดในจังหวัดเชียงใหม่ นางสาววรรณียังติดต่อสนทนากับญาติตามเดิม จนถึงวันที่ 18 ตุลาคมก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา นางสาววรรณีไม่มีการติดต่อกับครอบครัว วงศาคณาญาติโทรศัพท์มาหาก็ติดต่อมิได้

จนกระทั่งทำให้ นายวรพันธ์ อายุ 59 ปี พี่ชายของนางวรรณี เดินทางมาหาที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ว่าเมื่อมาถึงบ้านกลับทำให้พบว่าประตูบ้านถูกปิดล็อคไว้ รวมทั้งยังมีกลิ่นเหม็นเน่าคลุ้ง ก็เลยให้ช่างกุญแจมาเปิด รวมทั้งเจอตู้แช่เย็นนอนอยู่ส่งกลิ่นเหม็น แล้วก็ยังมีเลือดรวมทั้งน้ำเหลืองไหลออกมาจากตู้แช่เย็น ก็เลยแจ้งตำรวจให้เข้าตรวจตรา เมื่อเปิดมองแทบจะช็อคเมื่อพบว่าน้องสาวถูกฆาตกรรมเป็นศพในตู้แช่เย็น

ด้าน พ.ต.อ.ดำเนิน กันอ่อง ผู้กำกับการสภ.จอมทองคำ เผยในพื้นฐานว่า จากการตรวจสอบแล้วก็พบว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่และก็รถยนต์เก๋ง BMW ของผู้เสียชีวิตหายไป ต่อจากนี้จะรีบซักถามหาหลักฐานเพื่อติดตามผู้ร้าย ส่วนแรงกระตุ้นของฆาตกรวางไว้หลายหัวข้อ โดยให้นำหนักไปที่ฆ่าจารกรรม

เวลาที่ข้างหลังเกิดเหตุ ข้าราชการยังกำหนดมิได้ถึงปัจจัยการตาย เพราะว่าศพเน่า ซึ่งข้าราชการได้ส่งศพไปที่แผนกนิติวิทยาศาสตร์ โรงหมอมหาราชนครจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพิสูจน์หาร่องรอยต้นเหตุการตาย รวมทั้งสำรวจอัตลักษณ์บุคคลอีกที…

โกโก้ คว้ารองอันดับ 2 มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2019

โกโก้

โกโก้ คว้ารองอันดับ 2 มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2019

โกโก้  นางงามจาก เวเนซุเอลา คว้ามงกุฎ มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2019 ไปครอง ส่วน โกโก้ อารยะ ไม่ธรรมดา ได้รองอันดับ 2

 

ทำเอาลุ้นกันหนักมากกับเวทีการประกวดนางงามระดับอินเตอร์ Miss Grand International 2019 ในรอบตัดสิน ที่ถูกจัดขึ้นในประเทศเวเนซุเอลา (เป็นเจ้าภาพ) วันที่ 25 ต.ค.62 เวลา 19.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับเวลาในประเทศไทย 06.00 น.วันนี้ 26 ต.ค.62

ทั้งนี้ในช่วงเวลาลุ้นระทึกที่ทุกคนรอคอยก็มาถึงกับการประกาศผลรางวัลอันยิ่งใหญ่ โดยสาวงามจากเวเนซุเอลา ชื่อ Valentina Figuerm วัย 19 ปี ที่สูงถึง 184 เซนติเมตร ได้คว้ามงกุฎ Miss Grand International 2019 ไปครอง ขณะที่ รองอันดับ 1 ได้แก่ สาวงามจากประเทศเม็กซิโก และสาวโกโก้ อารยะ ศุภฤกษ์ ก็ไม่ทำให้คนไทยผิดหวัง คว้ารองอันดับ 2 มาได้ ส่วนรองอันดับ 3 ได้แก่ ปานามา และ รองอันดับ 4 ได้แก่ บราซิล

ชาวเน็ตถล่ม เละ คาเฟ่สัตว์ในจีนจับหมาย้อมขนเป็นแพนด้า

ชาวเน็ตถล่ม

ชาวเน็ตถล่ม เละ คาเฟ่สัตว์ในจีนจับหมาย้อมขนเป็นแพนด้า

ชาวเน็ตถล่ม เละ คาเฟ่สัตว์เลี้ยงน่ารักในเมืองเฉิงตูของจีน ยอมเลิกบริการย้อมขนหมาให้กลายเป็นหมีแพนด้าแล้ว หลังถูกถล่มหนักจากชาวเน็ต

ทำเอาคนรักสัตว์เดือดปุดๆกันเลยทีเดียว หลังคาเฟ่ดังในจีนเปิดบริการย้อมขนสุนัขให้กลายเป็นหมีแพนด้า

เกี่ยวกับเรื่องนี้ล่าสุด คาเฟ่สัตว์เลี้ยงที่มีชื่อว่า “คิวท์ เพ็ท เกมส์” ในเมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวนของประเทศจีน ประกาศยุติบริการย้อมขนสุนัขให้กลายเป็นหมีแพนด้า ที่มีค่าใช้จ่าย 1,500 หยวน หรือราว 6,400 บาท หลังโดนชาวเน็ตถล่มหนัก เมื่อทางร้านอัพโหลดคลิปวิดีโอโปรโมทร้าน ที่แสดงให้เห็นสุนัขพันธุ์เชาเชา 6 ตัว วิ่งไปทั่วร้านหลังถูกย้อมขนเป็นสีขาวและดำแบบหมีแพนด้าลงในโซเชียลมีเดีย และอ้างว่าใช้สีออร์แกนิคที่นำเข้าจากญี่ปุ่นและไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์

แต่ในเว็บดังอย่าง เว่ยป๋อ กลับมีแต่คนไม่เห็นด้วย โดยคนหนึ่งบอกว่า “คนที่รักสุนัขจริงๆจะไม่ยอมให้มันถูกย้อมขน เคยเห็นสุนัขต้องเสียหูเพราะถูกย้อมขนมาแล้ว” และอีกคนบอกว่า “เจ้าของร้านย้อมขนสุนัขเพื่อความบันเทิงของตัวเอง”

ตูมตามโพสต์ ภาพรอยยิ้มสาวปริศนา ชาวเน็ตแอบเดา

ตูมตามโพสต์

ตูมตามโพสต์ ภาพรอยยิ้มสาวปริศนา ชาวเน็ตแอบเดา

ตูมตามโพสต์  เลิกรากันไปได้พักใหญ่แล้ว สำหรับ ญิ๋งญิ๋ง ศรุชา เพชรโรจน์ กับพระเอกหนุ่ม ตูมตาม ยุทธนา ล่าสุดตูมตามโพสต์ภาพรอยยิ้มสาวปริศนา จนหลายคนต้องเข้าไปทายว่าใครกันแน่

เลิกรากันไปได้พักใหญ่แล้ว สำหรับ ญิ๋งญิ๋ง ศรุชา เพชรโรจน์ กับพระเอกหนุ่ม ตูมตาม ยุทธนา เปื้องกลาง หลังฝ่ายหญิงจับได้ฝ่ายชายคุยไลน์กับหญิงอื่น ก่อนที่หนุ่มตูมตามจะขอห่างกัน โดยไม่มีโอกาสได้เคลียร์กัน

ซึ่งตอนนั้นบุคคลที่ถูกโยงว่าเป็นมือที่สาม ทำให้รักทั้งสองคนต้องจบลง นั้นก็คือ ลูกน้ำ ทิดาลัด นางงามลาว ที่เคยถ่ายละครเรื่อง ดอกคูนเสียงแคน คู่กับพระเอกหนุ่มในตอนนั้น ล่าสุด ตูมตามโพสต์ภาพหญิงปริศนา เห็นแต่เพียงรอยยิ้มมุมปาก จนชาวเน็ตหลายคนเข้าไปทายกันใหญ่ ว่าเป็นใครกันแน่ จะใช่คนเดิมใหม่ หรือว่า เปิดตัวคบกับคนใหม่แล้ว

Morning || มีความหมายเมื่อถูกมองเห็น คำขอบคุณจากดอกไม้ข้างทาง…

หนุ่มแว่นหัวร้อน ขับรถชน ด่ากราดคู่กรณี ไล่ออกแล้ว

หนุ่มแว่นหัวร้อน

หนุ่มแว่นหัวร้อน ขับรถชน ด่ากราดคู่กรณี ไล่ออกแล้ว

หนุ่มแว่นหัวร้อน ขับรถชน ด่ากราดคู่กรณี ไล่ออกแล้ว

บริษัทดัง ประกาศมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ หนุ่มแว่นขับรถป้ายแดง พ้นสภาพการเป็นพนักงาน หลังเกิดอุบัติเหตุรถชนกระบะ แต่กลับต่อว่า โวยวาย ดูถูกคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง ด้วยถ้อยคำไม่สุภาพ

จากกรณี หนุ่มแว่น ขับรถป้ายแดงชนกับรถกระบะ บนถนนอักษะ แต่แทนที่จะลงมาเจรจากับคู่กรณีดีๆ กลับต่อว่า โวยวาย และดูถูกคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง ด้วยถ้อยคำไม่สุภาพ ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันที่ 23 ต.ค. 2562 แฟนเพจเฟซบุ๊กบริษัทแห่งหนึ่ง ที่หนุ่มแว่นทำงาน ได้โพสต์ข้อความ ว่า บริษัทได้จัดตั้งในประเทศไทยและได้ดำเนินกิจการเป็นไปตามกฎหมายไทยตลอดมา บริษัทฯ เคารพและเชิดชูในสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์อย่างสูงสุด

จากเหตุการณ์ตามคลิปที่โพสต์ลงสื่อ social media ต่างๆ ซึ่งมีพนักงานของบริษัทใช้คำพูดและแสดงกิริยาก้าวร้าวรุนแรง รวมถึงหมิ่นประเทศไทยและสถาบันพระมหากษัตริย์ ทางบริษัทฯ รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวและมีมติเป็นเอกฉันท์ให้พนักงานดังกล่าวพ้นสภาพการเป็นพนักงาน ตามมาตรการและระเบียบบริษัทฯ โดยมีผลนับตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค. 2562 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ กราบขออภัยมา ณ โอกาสนี้ค่ะ

อย่างไรก็ตาม บริษัทดังกล่าว ได้เรียกพนักงานคนดังกล่าวเข้ามาสอบสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหนุ่มแว่นเพิ่งทำงานที่นี่มาประมาณ 6 เดือนเท่านั้น โดยไม่สามารถให้ข้อมูลได้ทั้งหมด เพราะหนุ่มแว่นได้พ้นสภาพการเป็นพนักงานแล้ว…